Follow by Email

16.2.08

ข้อคิดจากอินเดีย

ทำไมต้องอินเดีย
กลับมาแล้วค่ะ ลูกค้าหลายท่านเอ่ยปากถามว่า ทำไมต้องเลือกไปที่อินเดีย หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่สามารถใช้เวลาโดยสารเครื่องบินเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งอย่างอินเดียนั้นมีอุตสาหกรรมผลิตกาแฟดิบส่งออกปริมาณสูงอันดับต้นๆของโลก และกาแฟหลายๆตัวที่ส่งออกก็เป็นกาแฟคุณภาพดีระดับโลกเสียด้วย

จุดประสงค์ ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ เดินทางไปอินเดียนั้น เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความรู้เกี่ยวกับการจัดการการผลิตสารกาแฟ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการผลิตกาแฟดิบของไทย ทั้งในภาคเหนือและภาคอื่นๆ ในการไปศึกษาดูงานครั้งนี้มี Madam Sunalini N. Menon ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการประเมินคุณภาพกาแฟ ชาวอินเดียเป็นผู้ร่วมเดินทางไปให้ความรู้และเทคนิคการผลิตถึงแปลงปลูกกาแฟเลยทีเดียว นับว่าเป็นโชคดี ของ พีแอนด์เอฟ คอฟฟี่ อย่างมาก เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีภารกิจมากจนหาเวลาว่างแทบไม่ได้ การเข้าเยี่ยมชมวิธีการผลิตหลังเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วิธีการเก็บผลสุกจากต้น การคัดเลือกผลที่ไม่ได้มาตรฐาน การจัดเกรด การลอกเปลือก การตาก การคัดแยกเม็ดกาแฟที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสีกะลา การเก็บรักษากาแฟดิบ ล้วนแต่ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจทุกกระบวนการผลิตอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้เม็ดกาแฟดิบที่มีคุณภาพดีอย่างที่ต้องการ

แปลงกาแฟที่เราได้ไปเยี่ยมชม แม้ว่าจะเป็นกาแฟพันธุ์โรบุสต้าแต่ความพิถีพิถันในการผลิตไม่แตกต่างจากกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าแม้แต่น้อย โดยเฉพาะแปลงที่ พี แอนด์ เอฟ ได้ไปเยี่ยมชมนั้นถือเป็นแปลงปลูกที่เจ้าของกิจการมีความใส่ใจต่อคุณภาพกาแฟโรบุสต้าของเขาอย่างน่าทึ่ง จนสามารถสร้างตราสินค้าเป็นของตนเองได้และเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ นอกจากจะใส่ใจเรื่องคุณภาพการผลิตอย่างละเอียดแล้ว ยังใส่ใจในเรื่องของธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะรณรงค์ไม่ทิ้งขยะที่ทำจากพลาสติก หรือการนำเชอร์รี่ที่เหลือจากการสีเปลือกนำไปทำเป็นปุ๋ยเพื่อลดการใช้สารเคมีจนไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆในแปลงปลูก การปลูกป่า รักษาป่า รักษาชีวิตสัตว์ป่า เป็นต้น ถือเป็นบุคคลน่ายกย่องและถือควรยึดถือเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง

ในการเดินทางครั้งนี้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ยังได้เข้าร่วมชั้นทดสอบรสชาติกาแฟ (Cup tasting) โดยมีผู้ร่วมชั้นจากประเทศต่างๆอีกประมาณ 3 ท่าน ใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟ การคัดแยกเม็ดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสร้างสรรค์เบลนด์ ซึ่งที่กล่าวมาล้วนสำคัญต่อการผลิตกาแฟคั่วอย่างมาก หากเราชิมไม่เป็นหรือชิมไม่รู้เรื่องแล้ว จะไม่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตกาแฟดิบที่ได้มาตรฐานได้เลย

ข้อคิดที่ได้จากการอบรมหาความรู้ จากที่นี่ นอกจากรู้สึกชื่นชมยินดีต่อการทุ่มเทพัฒนาคุณภาพการผลิตกาแฟสารของประเทศอินเดียแล้ว ยังได้ข้อคิดที่จะนำแนวคิดในการพัฒนากาแฟของไทยเราเองให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะผลิตปริมาณน้อยมากจนแทบไม่พอใช้ในประเทศ อย่างน้อยก็เพื่อเตรียมตัวตนเอง ไม่ต้องเจ็บตัวมากเมื่อถึงเวลาที่กำแพงภาษีขาเข้าลดลงอย่างมากจนอาจเกิดการแข่งขันสูงด้านราคานำเข้ากาแฟสารจากต่างประเทศ เป็นที่รู้กันอยู่ในวงการคนทำกาแฟว่า กาแฟดิบของไทยมีราคาสูงกว่ากาแฟจากหลายๆประเทศทั่วโลกมาก

สิ่งเดียวที่เราคนไทยจะเตรียมพร้อมได้ก็เพียง ทำสิ่งที่เรามีอยู่น้อยนิดนี้ มีคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งพี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ขออาสาเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และยินดีต้อนรับผู้ปลูกทุกท่านที่มีความตั้งใจจะพัฒนาคุณภาพกาแฟดิบของแต่ละแหล่งด้วยความเต็มใจ

1 comment:

P & F Coffee said...

มีเพื่อนถามว่ากลับมาแล้ว เป็นโปรหรือยัง ตอบได้โดยคิดแล้วว่า ยัง เพราะการจะเป็นโปรไม่ใช่ไปเข้าชั้นเรียนกับโปรแล้วจะเป็นโปร ถ้าหากเราไม่ขยันซ้อม การศึกษาไม่ว่าเรื่องใด ครูบาอาจารย์ช่วยได้เพียงพื้นฐานเท่านั้น เหมือนเราๆท่านๆที่เรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ หากเก่งไวยากรณ์เปรี๊ยะแต่ไม่เคยลองผูกประโยคหรือพูดกับผู้คนแล้ว ย่อมไม่เกิดความชำนาญเช่นกัน สำหรับผู้ชิมกาแฟพรสวรรค์ถือเป็นเรื่องที่พระเจ้าประทานให้ แต่ความแม่นยำชำนาญนั้นเราท่านต้องปั้นแต่งเอาเอง