๒๕ มิ.ย. ๒๕๕๒

Splendid Blend : Premium Espresso by P&F Coffee



ที่จริง P&F Coffee ได้ออกแบบเบลนด์ Splendid Espresso Blend มาสักระยะหนึ่งแล้ว ประมาณ 3 ปีน่าจะได้โดยมีการพัฒนาคุณภาพมาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงแรกมีเมล็ดกาแฟที่คัดสรรพิเศษจากแปลงอราบิก้า ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จากแปลงที่เราเลือกเฉพาะต้นอราบิก้าที่มียอดสีแดง และมีข้อห่าง อยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ อากาศโดยเฉลี่ยต่อปีต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส และมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1200 เมตร ปลอดภัยจากโรคระบาดทั้ง ราสนิม หรือแม้แต่มอดก็ไม่เห็น ซึ่งในปีแรกเราก็รู้อยู่ว่าสภาพเมล็ดกาแฟของไทยยังมีข้อด้อยในเรื่องของรสชาติบ้าง แม้ว่าจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ยังไม่เป็นที่พอใจนักจึงต้องมีการผสมผสานกับเมล็ดกาแฟจากอินโดนีเซีย ที่ให้คุณลักษณะของเครื่องเทศและชอคโกแลต ซึ่งถือเป็นโชคที่มีเพื่อนชาวต่างชาติที่แต่งงานกับหญิงชาวอินโดนีเซียและมุ่งมั่นผลิตเมล็ดกาแฟดีๆ จากอินโดนีเซีย และถือเป็นโชคดีชั้นที่สองที่ Dr. Basavaraj จาก Coffee board ของ India ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาจารย์ที่ให้ความรู้กับคนในองค์กรของ P&F Coffee แวะมาเยี่ยมเยียนที่เมืองไทย และได้ให้คำแนะนำเรื่องเมล็ดกาแฟจากประเทศอินเดีย ซึ่งในปีถัดมา P&F Coffee จึงได้มีการเบลนด์เมล็ดกาแฟ อราบิก้า Monsoon เกรด AA มาเพิ่มใน Splendid Espresso Blend นี้ทำให้ผู้คนที่ได้มีโอกาสลิ้มลองเมื่อสองปีก่อนออกปากชมว่า ให้ความหอม หนัก นุ่มลิ้น เป็นอย่างยิ่ง แต่ในความต้องการของข้าพเจ้าคิดว่า ยังต้องพัฒนาต่อไป


กระทั่งปีนี้ 2009 หลังจากสรุป Charactor ของ Splendid Espresso Blend แล้ว P&F Coffee จึงได้ตัดสินใจส่งตัวอย่างไปให้ที่ Coffee review ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนอิสระ มีนโยบายประเมินกาแฟที่ถูกส่งมาจากทั่วโลก มีค่าใช้จ่ายในการประเมินบ้าง ซึ่งท้ายสุด P&F Coffee ได้รับการประเมินในระดับ OutStanding 90+ นับว่าเป็นบริษัทกาแฟที่คั่วโดยคนไทยเป็นรายแรกที่ได้คะแนนระดับนี้ ในรอบการผลิตที่ส่งเข้าประเมินนั้นได้นำออกสู่สาธารณะในงาน World of Food Asia (ThaiFex) เมื่อวันที่ 13-17 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง และได้รับคำชมอย่างมากเรื่องความเด่นในรสชาติ ให้รสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น มีความซับซ้อนของผลไม้เมืองร้อน เจือด้วยชอคโกแลตเมื่ออยู่ในนม แต่อาจมีข้อด้อยในเรื่องขนาดเครื่องดื่มที่มีนมที่ผู้ดื่มอาจจะได้รับรู้ความเข้มข้นน้อยไปนิด หลังเสร็จสิ้นงาน ThaiFex แล้ว P&F Coffee มีการระดมสมองครั้งใหญ่อีกครั้งจึงมีการปรับปรุง Splendid Espresso Blend เป็นครั้งสุดท้ายที่เห็นว่าลงตัวที่สุดโดยลบข้อด้อยในเรื่อง Body ให้มีมิติมากขึ้น


มีการทดสอบโดย Coffee Cupper หลายท่านต่างพอใจมากขึ้น ข้าพเจ้าได้เชิญ คุณปิยะวรรณ ปีกา แชมป์ GBC Thailand 2009 พร้อมคุณเบญญาภา เนาวรรณ แชมป์ TNBC 2009 มาทดสอบเพื่อเตรียมตัวไปแข่งขันต่อที่ ซิดนีย์ ทั้งหมดเห็นพ้องต้องกันว่า ดีกว่าในวันที่ Calibrate ลิ้น และวันที่ Meeting ก่อนแข่ง GBC Thailand มาก


P&F Coffee ใคร่ขอเรียนเชิญท่านที่สนใจชิม Splendid Espresso Blend กรุณาโทรนัดล่วงหน้าได้ที่ คุณศิรฎา 0867892699 ค่ะ


๒ พ.ค. ๒๕๕๒

กิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับคนชอบกาแฟทุกระดับ



กลับมาแล้ค่ะ หายไปนานแบบที่ชาวเหนือเค๊าเรียกว่า "หายแซบหายสอย" ประมาณนั้น เนื่องจากมีธุระปะปังมากมาย จนไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองดี เป็นว่าวันนี้ฤกษ์ดีที่จะขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่น่าสนใจกิจกรรมหนึ่งที่ P&F Coffee ได้จัดขึ้นเรียกว่า Grand Barista Championships Thailand 2009 ซึ่งได้จัดทำ Official Web site ไว้ที่ http://www.gbcthailand.com/ ลองคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้นะคะ

จะเล่าที่มาของงานนี้ว่าเกิดขึ้นจากหะแรก ที่ P&F Coffee ตั้งใจจะไปเปิดบูธแสดงสินค้าที่งาน ThaiFex World of Food Asia 2009 ที่เมืองทองธานี วันที่ 13-17 พฤษภาคม 2009 อยู่แล้ว และเผอิญ P&F Coffee เป็นผู้นำเข้าเครื่องชงที่เน้นดีไซน์ยี่ห้อ D.I.D Orchestrale ซึ่งปีนี้เน้นการทำตลาดพร้อมกิจกรรมในภาคพื้นเอเซียแปซิฟิก ผู้ผลิตเครื่อง Orchestrale จึงได้กล่าวชวนว่า ไหนๆก็จะมีงานที่เมืองทองแล้ว ลองจัดการแข่งขันหาบาริสต้าที่ดีที่สุดของเมืองไทย โดย D.I.D Orchestrale จะติดต่อ Danes Gourmet Coffee ที่ประเทศออสเตรเลียขออนุญาตให้ตัวแทนจากประเทศไทยไปร่วมแข่งถ้วย Grand Barista Championships ที่ซิดนีย์ให้ ซึ่ง P&F Coffee เห็นว่าถือเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากคนไทยไม่ค่อยคุ้นกับการแข่งขัน GBC ถือเป็นการเปิดสู่โลกที่กว้างขึ้น และอยู่ใกล้ประเทศไทยเป็นอย่างมาก เหตุผลที่สองเนื่องจาก จากการประกวดแข่งขันบาริสต้าที่ผ่านมาหลายๆเวที มักจะได้ยินเข้าหูบ่อยๆว่า ทำไมมีแต่บริษัทที่เป็น Chain เข้าแข่ง หรือร้านอินดี้ทั่วไปบอกว่าไม่เห็นรู้เรื่องเลยบ้าง หรือมันเป็นสิ่งที่ไกลเกินตัว เมื่อเป็นดังนี้ P&F Coffee จึงเห็นด้วยและรับนโยบายของ Danes Gourmet Coffee มาด้วยความคิดที่เหมือนกันคือ การคัดเลือกตัวแทนที่ดีที่สุดนั้นหมายถึง เลือกบาริสต้าที่มีจิตวิญญาณอยู่กับกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ เป็นชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน จะเห็นได้จากกติกา ที่เรากำหนดไว้ว่า บาริสต้าต้องแข่งขันคือ Espresso (Black Coffee), Cappuccino (Coffee with Milk) และสุดท้ายคือ Latte Art ทุกคนคงจะเห็นแล้วว่ารายการนี้ไม่มี Signature Drink ให้ปวดหัว เพราะลำพังกาแฟอย่างเดียวจะทำ Espresso ให้อร่อย หรือทำ Cappuccino ให้ดี ทำ Latte ให้เลิศนั้นก็ต้องอาศัยเทคนิคและความชำนาญที่มากพอแล้ว


ดังนั้น จึงขอเชิญชวนร้านกาแฟทั่วไป ใครก็ได้ คนที่รักกาแฟตามบ้าน ร้านเล็กร้านน้อย ที่มีความสามารถทำ Latte Art ได้ ส่งใบสมัครเข้ามานะคะ ดูรายละเอียดได้ที่เว็บ http://www.gbcthailand.com/ ได้เลยค่ะ



วันอังคารที่ 5 พ.ค. นี้จะมีการปฐมนิเทศน์แล้วนะคะ ผู้สนใจแม้จะไม่ได้ลงแข่งแต่อยากจะมาร่วมฟังก็ขอเรียนเชิญค่ะ ที่ อาคารพญาไท ถนนพญาไท เลยซอยรางน้ำมานิดเดียวติดถนนใหญ่ค่ะ จะเห็นป้าย PHAYATHAI BUILDING สีทองติดถนนใหญ่ สำนักงาน P&F Coffee จะมีต้นไม้บังหน้าร้านอยู่เป็นทิวแถวค่ะ หาไม่ยาก สอบถามเส้นทางได้ที่ 022457999 สอบถามกติกาการแข่งขันได้ที่คุณวุฒิพร 0863077743 (ขอขอบคุณคุณวุฒิพร จาก Seat2Cupcoffee ที่อาสาช่วยเหลือในส่วนนี้ด้วยนะคะ)

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในวงการกาแฟรวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ที่ให้การสนับสนุนแนวความคิดดังกล่าวจนสามารถเกิดกิจกรรมนี้ได้ ผู้สนับสนุนทั้งแรงกาย แรงใจ แรงทรัพย์ มีดังนี้ค่ะ บริษัท ฟิลเตอร์วิชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญระบบกรองน้ำ EverPure จากอเมริกา
บริษัท Monin จำกัด ผู้ให้การสนับสนุนน้ำเชื่อมแต่งกลิ่นจากประเทศฝรั่งเศส
บริษัท วีพีพี โปรเกรสซิพ จำกัด ผู้ผลิตกาแฟ Specialty coffee Single origin อมก๋อย
บริษัท Mycoffeeworks จำกัด ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ Cafetto จากออสเตรเลีย
บริษัท กาแฟวาวี จำกัด Local brands อันเลื่องชื่อจากจังหวัดเชียงใหม่ ขยายสาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน
บริษัท บางกอกเอสเปรสโซแลบ จำกัด เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ และกำลังใจให้เพื่อนๆ
บริษัท เอสเปรสโซแมน จำกัด รู้ลึกเรื่องการคั่วกาแฟ รู้ใจคนดื่มกาแฟโดยเฉพาะคอกาแฟเย็นและปั่น
บริษัท พีเบอร์รี่ จำกัด เจ้าของเว็บสรรพสินค้ากาแฟ EspressoFriends.com
บริษัท กาแฟบลูคอฟ จำกัด คิดใหญ่ ทำใหญ่ คิดจริง ทำจริง ของแท้กาแฟดอยช้าง
And last but not least I would like to thank you D.I.D Orchastrale in providing us Best design espresso machine for this event : Etnica 2 group for competitions
and Danes Gourmet Coffee allows us to join this big competition in Sydney.

นอกจากเวทีการแข่งขันในงานนี้แล้ว P&F Coffee ยังได้เรียนเชิญเพื่อนๆในวงการกาแฟที่เชี่ยวชาญในด้านต่างๆมาเป็นวิทยากรพิเศษโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆสำหรับผู้เข้าชม เข้าฟัง ในการนี้จะมีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น Basic Coffee Cupping, Espresso Technic and Latte Art, Roasting for Coffee Bar, Espresso Cocktail, การทำกาแฟดื่มในบ้านด้วยวิธีต่าง พร้อมทั้งพูดคุยกับวิทยากรที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจกาแฟแบบสบายๆ ทั้งหมดสามารถมาลงทะเบียนที่หน้างานได้เลยค่ะ สถานที่เดียวกับที่แข่งขันคือ ลานกิจกรรม Challenger Halls 3 ช่อง K3-53 ถ้าหาไม่พบ ลองไปที่บูธของ P&F Coffee ที่ K44 ก่อนได้ค่ะ แล้วพบกันนะคะ
















ศิรฎา

๒๗ ก.ย. ๒๕๕๑

เลือกเครื่องชงกาแฟอย่างไรให้เหมาะกับทำเล


มีลูกค้ามากมายที่โทรเข้ามาถามเรื่องของเครื่องชงกาแฟ บางท่านถามราคาเสร็จก็จะบอกว่าแล้วจะเก็บไว้พิจารณา บังเอิญวันก่อนถามลูกค้ากลับไปว่าจะพิจารณาจากเรื่องอะไรบ้าง ท่านก็ตอบว่ายังไม่รู้เหมือนกันดูไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ส่วนมากก็จะเทียบราคาก่อน โดยอาจจะไม่ทราบว่าในบรรดาเครื่องชงกาแฟ ไม่ว่า 1 หัวชง หรือ 2 หัวชงนั้นมองปราดเดียวอาจจะไม่ทราบความแตกต่างมากนัก (ในที่นี้หมายถึงช่วงราคาที่ใกล้เคียงกัน) บางท่านก็สอบถามฟังก์ชั่นพิเศษต่างๆของเครื่องถ้าฟังก์ชั่นมากมายก็จะพิจารณาไว้เป็นอันดับต้นๆ
ในความเป็นจริงแล้วการเลือกเครื่องชงกาแฟนั้น จะสามารถเลือกได้จากวัตถุประสงค์การใช้งานของเครื่อง สำหรับบางทำเลเปิดขายกาแฟวันละ 8 ชั่วโมงมีลูกค้ามาชั่วโมงละ 10 คนโดยทยอยกันมาทีละคนรวมทั้งวันมียอดขาย 80 แก้วโดยพฤติกรรมของลูกค้าสำหรับร้านนี้ไม่รีบร้อน ก็สามารถเลือกใช้เครื่อง 1 หัวชงที่มีหม้อต้มตั้งแต่ 1 ลิตรขึ้นไป แต่ถ้าบังเอิญทำเลดังกล่าวมีลูกค้ามากกว่าครึ่งสั่งกาแฟร้อนที่ต้องเป่าโฟมนม เครื่องที่มีหม้อต้มตั้งแต่ 1 ลิตรนี้ก็ไม่เหมาะสมเสียแล้ว เมื่อเทียบกับอีกทำเลหนึ่งที่มีลูกค้ามาเฉพาะช่วงเวลา เช่นเที่ยงวัน หรือบ่ายโมง มีช่วงการขายพร้อมๆกันและทุกคนรีบร้อนมาก เครื่องชงหัวเดียวคงจะไม่พอแน่แม้ว่าจะเลือกใช้หม้อต้มตั้งแต่ 5 ลิตรขึ้นไปก็ตาม หากทำเลท่านเป็นอย่างนี้สมควรที่จะเลือกเครื่อง 2 หัวชงจะเหมาะสมกว่า


สำหรับเครื่องชง Reneka จะมีให้เลือกหลายรุ่นเพื่อความเหมาะสมของทำเลและวัตถุประสงค์ เช่น VivaS Compact มี 1 ท่อเป่านม 1 ท่อจ่ายน้ำร้อน ขนาดเครื่องยาว 59 ซม. เพื่อให้พนักงานชงยืนเพียงคนเดียวควบคุมการชงทั้งสองหัว การเคลื่อนตัวเพื่อเป่าโฟมนมและกดน้ำร้อนเพียงแค่ 1 ข้อศอก สำหรับการชงอย่างต่อเนื่องไม่ต้องหยุดพักภายใน 100 แก้วต่อชั่วโมง หากทำเลไหนที่มีปริมาณการชงมากกว่านี้และมีพนักงานชง 2 คนก็จะเลือกใช้ VivaS710 ที่มีขนาดยาว 71 ซม. มี 2 ท่อเป่านม 1 ท่อน้ำร้อน ซึ่งลักษณะนี้จะต้องมีเครื่องบดแยก 2 ด้าน ปริมาณการชงต่อเนื่องไม่หยุดภายใน 1 ชั่วโมง 160 แก้วเป็นอย่างน้อย (การคำนวณนี้เป็นปริมาณขั้นต่ำโดยคิดจากการกลั่นน้ำกาแฟประมาณ40วินาทีต่อแก้วสำหรับกาแฟเย็น)
เฉพาะเครื่องชง Reneka นั้นยังได้ออกแบบแต่ละ Model ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ซึ่งแต่ละรุ่นมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงมิใช่แค่ราคาที่แตกต่าง เครื่องรุ่น VivaS นั้นออกแบบมาสำหรับทำเลที่เจ้าของกิจการอาจจะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ร้านดูแลร้านเอง จึงต้องมีการตัวเลขที่มีการบันทึกการขายที่ละเอียดแม่นยำ สามารถบันทึกรายงานขายในแต่ละรอบ เครื่อง VivaS มีระบบ PID ที่ให้ความมั่นใจกับบาริสต้าว่า shot กาแฟแต่ละแก้วต้องผ่านอุณหภูมิที่ตั้งไว้เท่ากันทุกถ้วย ในบางทำเลที่ต้องการประหยัดค่าแรงพนักงานในแต่ละวันประมาณ ครึ่งชั่วโมงจะใช้ฟังก์ชั่นตั้งเวลาเปิดเครื่องอัตโนมัติ สามารถระบุวันที่ร้านหยุดประจำสัปดาห์ได้ และตั้งเวลาให้เครื่องเข้าสู่โหมดประหยัดไฟได้ เรียกว่าปุ่ม ECO หรือ Stand by อุณหภูมิในหม้อต้มจะลดลงจากที่ตั้งไว้ลงมาที่ 80 องศาเซลเซียส และจะใช้เวลาไม่กี่นาทีกลับไปที่อุณหภูมิที่ตั้งไว้เหมือนเดิม ส่วนของปั๊มน้ำก็เป็นแบบ Magnetic ซึ่งถือว่าเดินเครื่องเงียบที่สุดในบรรดาปั๊มที่มีอยู่ในเครื่องทั่วไป นอกจากฟังก์ชั่นมากมายที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว Reneka ยังได้ผลิตเครื่องชงกาแฟรุ่นที่มีสมรรถนะในการชงสำหรับชงต่อเนื่องโดยยังคงรักษาอุณหภูมิการชงได้สม่ำเสมอแต่ไม่มีลูกเล่นเรื่องการตั้งเวลาอัตโนมัติ ไม่มีจอบันทึกรายการขาย เช่นรุ่น LC , VivaE และรุ่นใหม่ล่าสุด Mosaic เป็นรุ่นราคาประหยัดเพื่อเหมาะสมกับประเทศไทย จากการวิเคราะห์วิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยพบว่า ปริมาณการดื่มกาแฟต่อคนต่อวันเทียบกับประชากรในทวีปยุโรปนั้นเรายังบริโภคในปริมาณที่น้อยมาก ด้วยเหตุผลนี้ เครื่อง Mosaic เหมาะสำหรับทำเลที่มีปริมาณการชงต่อเนื่องประมาณชั่วโมงละ 50 แก้ว มีให้เลือกแบบหัวชงต่ำ วัดจากถาดน้ำทิ้งถึงหัวชง 84 มม. หรือทำเลใดที่ต้องการใช้ถ้วยที่มีขนาดสูง ก็สามารถเลือกแบบที่มีหัวชงสูง โดยวัดจากถาดน้ำทิ้งถึงหัวชงที่ 145 มม.ด้วยประสิทธิภาพการชงกาแฟที่ดีได้อย่างน่าทึ่งสำหรับงบประมาณที่จ่ายเพียงแสนต้นๆสำหรับ 1 หัวและไม่ถึงแสนห้าสำหรับเริ่มต้นที่ 2 หัว compact

กับอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตว่าระหว่าง Reneka ซึ่งเป็นระบบแลกเปลี่ยนความร้อนกับเครื่องชงพวกระบบหม้อต้มมากกว่า 1 ใบ(double/multi boiler)อย่างไหนดีกว่ากัน อยากอธิบายว่าในปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าเครื่องระบบไหนสามารถชงกาแฟได้ดีกว่า การเปรียบเทียบนั้นเราควรเปรียบเทียบเครื่องโดยระบุให้ชัดลงไปว่าต้องการเปรียบเทียบเครื่องยี่ห้อใดรุ่นใดกับเครื่องยี่ห้อใดรุ่นใด การเปรียบเทียบที่ยุติธรรมคือการนำทั้งสองเครื่องนี้มาตั้งคู่กัน ปรับตัวแปรอื่นๆ ให้เหมือนกันทั้งหมด และมีการใช้อย่างต่อเนื่องสักช่วงเวลาหนึ่ง ชิมกาแฟแต่ละถ้วยที่ทำออกมา หากทำได้ดังนี้เราอาจจะพอรู้ได้ว่าเครื่องใดให้รสชาติกาแฟได้ดีกว่ามีความสม่ำเสมอมากกว่า สำหรับเรเนก้าที่พีแอนด์เอฟจัดจำหน่ายมาเป็นเวลาหลายปีเราทำการทดสอบอย่างสม่ำเสมอ และสอบถามจากลูกค้าผู้ใช้เรเนก้านับร้อยราย ได้รายงานถึงความประทับใจและความไว้ใจในการผลิตกาแฟได้เป็นอย่างดี เป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีการออกแบบระบบการผลิตกาแฟของเรเนก้าที่ควบคุมความร้อนและความดันในหม้อต้มน้ำอย่างแม่นยำ การวางกระบอกแลกเปลี่ยนความร้อนในแนวนอนเชื่อมต่อกับหัวกรุ๊ปทองเหลืองขนาดใหญ่สามารถชดเชยความร้อนระหว่างหม้อต้มและหัวกรุ๊ปเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุณหภูมิในการชงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความมั่นใจในการชงกาแฟขั้นสูงสุดให้กับบาริสต้ามืออาชีพทุกท่าน

สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และทดสอบเครื่องชงกาแฟเรเนก้าทุกรุ่นได้ที่ P&F Coffee

๑๖ ก.ย. ๒๕๕๑

ทำไมต้องกาแฟอินเดีย

Coffee shade grown : Robusta Butter Cup Bold

บริษัทกาแฟ P&F ได้เลือกใช้กาแฟจากประเทศอินเดียมาเป็นเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา และพบกับคำถามมาตลอดว่าทำไมถึงต้องใช้กาแฟอินเดีย ในปีแรก กาแฟ P&F เลือกใช้กาแฟอราบิก้า Monsoon Malabar ที่ให้ความนุ่มนวลต่อรสชาติ Characterของกาแฟแบบ Buttery เวลาดื่มเหมือนมีเนยคลุมลิ้นและออกกลิ่นคล้ายถังไม้ผุๆ รวมทั้งใช้กาแฟโรบัสต้า ทั้งกระบวนการผลิตสารกาแฟแบบเปียกและแบบแห้งในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดความเข้มข้นของน้ำกาแฟโดยไม่แสดงกลิ่นและรสชาติของโรบัสต้ามากนัก การเบลนด์กาแฟในปีแรกทำให้กาแฟคั่วของ P&F Espresso เบลนด์เป็นกาแฟสไตล์อิตาลีที่ประทับใจชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก
ทัศนียภาพภายในสวนแบบ Organic :Organic coffee Plantation
เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน กาแฟ P&F ยังไม่ได้หยุดอยู่กับที่เรายังปรารถนากาแฟเบลนด์ที่ดีกว่าที่เป็นและมั่นใจว่าต้องทำได้ จึงได้พัฒนากระบวนการเสาะแสวงหาแหล่งเมล็ดกาแฟดิบจากประเทศอินเดียที่คิดว่าต้องดีกว่าเดิม เริ่มจากการเข้าอบรมการชิมกาแฟกับอาจารย์ที่มีอาชีพด้านการชิมระดับโลกจากประเทศอินเดีย Madam Sunalini Menon และถือว่าเป็นโชคดีของกาแฟ P&F ที่ได้มีโอกาสรู้จักกับผู้ปลูกกาแฟโรบัสต้าที่มีอุดมการณ์ในการสร้างตราสินค้าของตนเองจากเมล็ดกาแฟดิบ ซึ่งเขาก็ประสบความสำเร็จต่อการตั้งใจนั้นเป็นอย่างดี กาแฟ P&F ได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสวนกาแฟของ Palthope Estate ที่ Croog ได้พูดคุยได้รับรู้วิสัยทัศน์ของการพัฒนาคุณภาพเมล็ดกาแฟดิบทำให้รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก จนเป็นแรงบันดาลใจในการที่จะกลับมาแบ่งปันความรู้ที่ได้ให้กับผู้ปลูกกาแฟของไทย
ที่ว่าโชคดีมิใช่เพียงจากเดิมที่สั่งซื้อจากผู้ส่งออกรายใหญ่ของประเทศอินเดีย มาเป็นซื้อโดยตรงจากผู้ปลูกกาแฟเท่านั้น หากยังได้มีโอกาสร่วมชั้นอบรมชิมกาแฟกับทายาทของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศอินเดียที่มีพื้นที่ปลูกกาแฟอราบิก้าของตนเองและเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่เป็นอันดับต้นๆของประเทศอินเดียเลยทีเดียว นับว่ากาแฟ P&F เป็นบริษัทกาแฟแห่งแรกของไทยที่ซื้อกาแฟโดยตรงจากผู้ปลูก ความโชคดีที่ว่านี้มิใช่เพียงการซื้อจากผู้ปลูกกาแฟโดยตรง (Direct Trade) เท่านั้น คุณภาพกาแฟจากทั้ง 2 แหล่งคือโรบัสต้าและอราบิก้าที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นล้วนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาแล้วทั้งสิ้น ซึ่งรางวัลคุณภาพกาแฟดิบนั้นได้รับจากโรงคั่วกาแฟระดับโลกอย่าง illy หลายปีติดต่อกันถือเป็นการการันตีคุณภาพได้เป็นอย่างดี


ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กาแฟ P&F ได้คั่วชิมทดสอบพบว่ากาแฟอราบิก้า Plantation A นั้นจะมีลักษณะ Faded เล็กน้อยแต่ยังให้ Character ของกลิ่นที่คล้ายกาแฟจากประเทศบราซิลที่ กาแฟ P&F ได้เคยนำมาเบลนด์ในปีที่ผ่านมา ความพิเศษที่เหนือกว่าตรงที่กาแฟอราบิก้า Plantation A นั้นให้ Charactor ที่ Buttery ออกนมเนยมากกว่าเมล็ดกาแฟจากบราซิลที่เคยใช้ Body มากจนน่าทึ่งทั้งๆที่เป็นอราบิก้าที่ผ่านกระบวนการแบบเปียก หากเมื่อเทียบกับการใช้ อราบิก้า Monsoon Malabarที่เคยใช้นั้นน้ำกาแฟที่ได้เข้มข้นใกล้เคียงกันในขณะที่ครั้งนี้ไม่มีความเป็นไม้ผุให้รู้สึก แต่กลับรู้สึกหวานลิ้นเนื่องจากมีความสด Acidy มากกว่าทั้ง เมล็ดกาแฟบราซิลและ Monsoon Malabar

สรุปผลรวมของ Flavour (Aroma+Body+Acidy) ที่ได้มีรสชาติมากกว่าเรียกได้ว่า Tasty พอสมควร ในขณะที่ Aroma ที่ได้เจือกลิ่น Spicy แบบเครื่องเทศอินเดีย เหตุผลว่าทำไมต้องใช้กาแฟอินเดียคงพอจะประมาณได้ว่า ดีกว่า แหล่งปลูกใกล้ประเทศเรามากกว่า (เอเชียด้วยกัน)เรื่องราคาหรือต้นทุนยังไม่ใช่ประเด็นสำหรับบทความนี้เพราะเราต้องการเพียงคุณภาพที่ดีขี้นเท่านั้น



























๒ ก.ย. ๒๕๕๑

เครื่องชงกาแฟ สำหรับร้านกาแฟขนาดกลางและเล็ก


Mosaic
อีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ของ ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟ ระดับอุตสาหกรรม ยี่ห้อ Reneka หลังจากที่ได้ศึกษาตลาดกาแฟเอสเปรสโซในหลายประเทศแถบเอเซียพบว่าตลาดมีความต้องการเครื่องชงกาแฟคุณภาพสูงราคาย่อมเยา สำหรับร้านกาแฟหรือภัตตาคารขนาดกลางถึงเล็ก ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการนี้จึงได้คิดค้นเครื่องชงกาแฟระดับอุตสาหกรรมขนาดย่อมเยาในราคาแต่คุณภาพคับแก้วขึ้นมา ซึ่งยังคงสมรรถนะในการชงกาแฟให้ได้คุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องแม้จะชงหลายๆแก้วติดต่อกันจำนวนมาก ด้วยระบบ Thermodynamic และดีไซน์ที่ทันสมัย มี 4 สีให้เลือกตามรสนิยม
ราคาแนะนำของ Mosaic ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 15 ธันวาคม 2551

1. Mosaic 1 หัวชง 120,000
2. Bistro 2 หัวชง Compact 145,000
3. Barista 2 หัวชง 2 ท่อเป่านม 160,000
4. BaristaHP (High Power)
หม้อต้มจุ 11 ลิตร 2 หัวชง 2 ท่อเป่านม ไฟ 1 เฟส 180,000
5. BaristaHP (High Power)
หม้อต้มจุ 11 ลิตร 2 หัวชง 2 ท่อเป่านม ไฟ 3 เฟส 185,000
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษสุด ด่วน! เฉพาะ 5 ท่านแรกภายในวันที่ 15 กันยายน 2551 นี้เท่านั้น

๒๐ ส.ค. ๒๕๕๑

Newspress ความสำเร็จของทุกคน

ห่างหายไปจากบล็อคนานโข เนื่องจากติดภารกิจหลายอย่าง ตอนนี้มุ่งปรับปรุงเว็บไซต์ pnfcoffee ให้บรรลุผลอย่างใจจดใจจ่อ จะขอประกาศความสำเร็จอีกครั้งเมื่อสำเร็จแล้วในโอกาสต่อไปนะคะ

วันนี้มีข้อมูลข่าวสารมาแบ่งปันกัน จากความสำเร็จในระดับหนึ่งที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ได้สร้างตราสินค้า Reneka เครื่องชงจากประเทศฝรั่งเศส จนเป็นที่ยอมรับตลอด 4 ปีที่ผ่านมา บทสัมภาษณ์ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ได้แสดงไว้ต่อผู้ผลิตนั้นแสดงให้เห็นว่าเราทำตลาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีความฝันที่ไม่เกินจริงจนเกินไปนัก ตามอ่านกันได้ค่ะ Newspress

วันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน หวนนึกถึงวันแรกๆที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ถือกำเนิดมาในธุรกิจกาแฟ ในปี 2544 ปัจจุบันย่างเข้าปีที่ 9 แล้วนับเป็นตัวเลขที่เป็นมงคล เพื่อความก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงต่อเนื่อง ต้องขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่มีพระคุณ ให้โอกาส พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ พัฒนาคุณภาพกาแฟมาโดยตลอด ล้มลุกคลุกคลานบ้าง งงงงกับสิ่งที่ทำบ้าง สับสน ไขว้เขวมาก็บ่อย ก็ได้รับการให้อภัยและกำลังใจจากทุกท่านมาโดยตลอด

ความสำเร็จที่กล่าวใน Newspress นั้นถือเป็นความสำเร็จของทุกท่านในธุรกิจกาแฟทุกท่านอย่างแท้จริง หากเราบ้าคุณภาพกาแฟฝ่ายเดียว แต่ท่านไม่เห็นด้วยคงจะไม่มีวันนี้ กล่าวได้ว่า "มีวันนี้ เพราะมีวันนั้น"

ศิรฎา

๑๔ ก.ค. ๒๕๕๑

Fun competition latte art



ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมารู้สึกเบื่อหน่ายกับความวุ่นวายในชีวิตทั้งเรื่อง ข้าวยากหมากแพง อะไรต่อมิอะไร ทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออก เผอิญเพื่อนจากต่างแดนแวะมาเยี่ยม ด้วยความรู้สึกตึงเครียดกับภาระงานเช่นเดียวกัน จึงคิดเล่นอะไรที่คลายเครียดกัน วันนั้นเราคุยกันเรื่องการแข่งขันชิงแชมป์ลาเต้อาร์ตที่ โคเปนเฮเกน ซึ่งแชมป์ปีนี้ได้แก่ Con Haralambopoulos, Australia แต่ที่น่าประทับใจเห็นจะเป็น Kira Malchenko จาก RUSSIA ที่เทลาเต้อาร์ตสองมือเป็นที่ตื่นตาตื่นใจจนได้รองแชมป์ไปแล้ว กติกาที่ใช้แข่งกันคือ ผู้เข้าแข่งขันจากไทย และฮ่องกง ห้ามดูภาพใดๆของการแข่งขันให้จินตนาการเอาเองว่าเทอาร์ตสองมือมันควรจะเป็นหน้าตาอย่างไร
During the past few months, I'm quite bored with my life from (again) the world economy crisis and Thailand's politics. Last 2 weeks my friend from HongKong visit my office and we talked about "World Latte Art Championship 2008" Con Haralambopoulos from Australia. But the girl from Russia, Kira Malchenko, made us very impressed from her 2 hands rosetta. Yes, we suddenly have decided to have a fun competition with 2 hands by imagin.



ในรอบแรก มีผู้เข้าแข่งขันสามคนแบบสองรุมหนึ่ง คือบาริสต้านาง , ตัวข้าพเจ้าเอง (พี่ไนซ์) จากไทย และ เพื่อนข้าพเจ้า Felix จาก HongKong ผลรอบแรกของข้าพเจ้าสวยที่สุด (แบบประมาณฟลุค) ในรอบสองมีเพื่อนข้าพเจ้าขอแก้ตัวอีกครั้งปรากฏว่าสวยกว่ารอบแรกมาก ส่วนตัวแทนจากไทยพอใจแล้ว (ที่จริงกลัวรอบต่อไปมันจะแย่กว่าเดิม) หมายเหตุวีดีโอของบาริสต้าถูกเจ้าตัวขอร้องมิให้แพร่ภาพเกรงจะถูกลอกเลียนแบบ (ล้อเล่น)




In the first round I and my barista (Miss Nang) from Thailand and Mr. Felix from Hongkong. And the first round is me. Yeh!!! (I'm not dare to try again, perhaps it becomes more poor)







video





สองรอบผ่านไปขอตัดสินให้เพื่อนของข้าพเจ้าชนะเลิศ And the winner is Mr. Felix from HongKong








video





รางวัลของการแข่งขันในครั้งนี้คือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ไม่มีการทะเลาะ ไม่มีค่าย ไม่มีกลุ่ม มีแต่คนรักกาแฟ บ้ากาแฟ และคุยเฉพาะเรื่องกาแฟ
บทความนี้ถึงจะไม่ได้ให้อะไรคนอ่านนัก แต่หวังใจว่าคงเป็นหนทางหนึ่งที่จะกระตุ้นให้คนเบื่อๆแบบข้าพเจ้าลุกขึ้นมาทำอะไรแบบฮาๆ ก็จะดีมิใช่น้อย





The reward of this competition is only smile , laughing... no arguement, no battle.... just talk about coffee and coffee. I wish my blog will let someone get start to do something fun as me but heal any bad situation to be better.