11.4.08

กาแฟ พี แอนด์ เอฟ ชวนเชิญดื่มฉลองสงกรานต์


จั่วหัวแบบนี้ หลายท่านอาจจะคิดไปว่า พี แอนด์ เอฟ สวนกระแสหรือต่อต้านนโยบาย 7 วันอันตราย
จริงๆแล้ว เรารู้สึกเป็นห่วงหลายท่านที่เฝ้ารอคอยวันสงกรานต์เพื่อที่จะได้กลับภูมิลำเนา จะได้พบญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ดังนั้นจึงขอสนับสนุนการดื่มเพื่อฉลอง
ในเทศกาลสงกรานต์นี้หลายท่านอาจจะรับหน้าที่เป็นสารถี เป็นตุ๊กตาหน้ารถ เป็นเพื่อนร่วมทาง เป็นผู้โดยสาร ขอความร่วมมือช่วยกันเชียร์ให้ดื่ม "กาแฟ" แทนการดื่มสุราหรือของมึนเมาต่างๆ

กาแฟมีสารคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ เส้นประสาทให้ตื่นตัว และจะสะสมในร่างกายประมาณ 3-4 ชั่วโมง จากนั้นจะถูกขับออกมาทางเหงื่อ และผู้ดื่มจะรู้สึกปวดปัสสาวะค่อนข้างบ่อย เนื่องจากกาแฟจะทำหน้าที่ขับน้ำออกจากร่างกาย เมื่อปวดปัสสาวะบ่อยจึงต้องจอดเข้าห้องน้ำบ่อย ความง่วงก็จะไม่ค่อยเกิดกับผู้ขับ อาจจะถึงช้าหน่อยเพราะแวะบ่อย แต่ถือว่าดีกว่า ดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่นๆ

การร่วมกันดื่ม "กาแฟ" นี้นอกจากอุบัติเหตุจะน้อยลงแล้ว ท่านยังช่วยทุกๆชีวิตที่มีค่าทั้งหลายไม่ต้องทำให้ใครเสียใจ ไม่ต้องมีใครสูญเสีย อดใจอีกนิดเดียวเมื่อถึงที่หมายได้พบญาติผู้ใหญ่ พบเพื่อนฝูงแล้ว อาจจะไม่สายเกินไปที่จะฉลองการดื่มเครื่องดื่มอื่น

สำหรับเทศกาลสงกรานต์นี้ กาแฟ พี แอนด์ เอฟ ขออวยพรทุกท่านที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสุภาพ และสำหรับผู้ที่ร่วมฉลองดื่ม "กาแฟ" กับ กาแฟ พี แอนด์ เอฟ ขอให้ได้โชคลาภจากความดีที่ท่านได้ร่วมกันทำในครั้งนี้ด้วยค่ะ

หากใครยังไม่มีโปรแกรมไปไหน ลองคลิกดูที่นี่ http://www.songkran.net/th/
แ ละขอขอบคุณสำหรับรูปที่น่ารักของเด็กๆ คลิกที่เว็บ http://www.njconnex.com/features/features_38144.php?news_id=38144

31.3.08

AMICI อะมิชี่ น้องใหม่ Reneka



ในปี 2008 นี้นอกจาก Reneka จะปรับปรุง VivaS ทุกรุ่นให้มี Feature เดียกกับ VivaS-710 แล้ว ยังได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ตัวแรกของปีนี้คือ Amici เครื่องรุ่นเล็กเหมาะสำหรับร้านกาแฟขนาดเล็กมากๆ หรือใช้ในบ้านสำหรับผู้พิสมัยการดื่ม Espresso ด้วยเทคโนโลยี่แบบดั้งเดิม หัวกรุ๊ปแบบ E61 มีpressure guage เพื่อแสดงแรงดันในหม้อต้มและแรงดันปั๊มน้ำ


ซึ่ง Amici ที่ออกสู่ตลาดนี้มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือแบบที่ผู้ใช้ต้องเติมน้ำเอง Amici R และแบบที่สามารถต่อเข้ากับเครื่องกรองน้ำโดยเครื่องจะดูดน้ำเข้าหม้อต้มน้ำเองเมื่อระดับน้ำลดลง Amici P


พิเศษสำหรับช่วงแนะนำ หากสั่งซื้อก่อนวันที่ 20 เมษายนนี้จะได้รับ Voucher เป็นส่วนลดสำหรับซื้อเครื่องบดได้ในราคาพิเศษ

สนใจผลิตภัณฑ์ หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ sirada@pnfcoffee.com

24.3.08

Mizudashi


วันนี้ ได้มีโอกาสแวะเยี่ยมลูกค้าที่ซอยทองหล่อ Cafe' Symphony ซึ่งที่นี่เลือกใช้ P&F Espresso Blend สำหรับชงกาแฟเย็นด้วยเครื่องชง Reneka LC และสำหรับวิธีชงแบบ Mizudashi วิธีการชงกาแฟแบบ Mizudashi คิดค้นโดย นาย Hario Mizudashi เจ้าของแบรนด์ดังจากญี่ปุ่นผู้ผลิตแก้วทนความร้อน Hario และเป็นผู้คิดค้นวิธีใช้น้ำเย็นผ่านชาเพื่อดึงรสชาติออกมาให้เกิดความหวานและไม่ขื่น เมื่อทดลองนำมาใช้กับกาแฟก็ให้ความรู้สึกที่แปลกไปอีกแบบหนึ่ง กาแฟดำแบบเย็น ที่ได้จากการชงวิธีนี้ ให้รสชาติผลไม้เต็มที่ ไม่มีความขื่นของโรบุสต้าแม้แต่น้อย บอดี้ที่ได้ดี ให้ความหวานแบบชื่นใจ ยิ่งใส่น้ำเชื่อมนิดหน่อยยิ่งชื่นใจ
สำหรับเมนูนี้ผู้ที่ต้องการดื่มต้องมีความอดทนและใจเย็นอย่างมาก เพราะต้องใช้เวลาในการกลั่นต่อถ้วย 12 ชั่วโมง ประมาณว่ามันจะนานหยดแหมะ นานหยดแหมะ ชั่วโมงละ 1 ช้อนโต๊ะ พอได้ 12 ช้อนโต๊ะก็ประมาณ 1 เสริฟพอดี
หากใครอยากลิ้มลอง P&F Espresso Blend ในสไตล์นี้ โทร.ไปล่วงหน้า 1 วัน 0855119327 หรือโทรสอบถามก่อนจะไปเผื่อไม่เสียเที่ยว
แต่ถ้าต้องการดื่มกาแฟโดยวิธีชงที่แตกต่าง หรือคุ้นเคยที่นี่มีพร้อม ไม่ว่าจะเป็นแบบหยด แบบวิธีเอสเปรสโซ แบบVacumm หรือแม้แต่แบบก้านอัด มีให้เลือกตามอัธยาศัย

ร้าน Cafe' Symphony นอกจากกาแฟ แล้วยังมีไวน์ไทย และอาหารว่างสไตล์ญี่ปุ่นด้วยนะคะ ขับรถเข้ามาทางถนนสุขุมวิทพอถึง สุขุมวิท55เลี้ยวเข้าซอยทองหล่อ จะรู้สึกซอยมันโค้งนิดๆ พอเลย Grand Tower Inn ไปเพียงนิดเดียว ประมาณ 3 ห้องแถว ซ้ายมือก่อนถึง Scoozy ด้านหน้าสีเขียวค่ะ อ้อ! อย่าไปวันอังคารนะคะ ร้านปิดทุกวันอังคารค่ะ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00น ถึง สี่ทุ่มค่ะ

10.3.08

Reneka VivaS version 2008

การควบคุมด้วยระบบ PID เป็นการควบคุมโดยใช้แบบสัดส่วนรวมกับแบบปริพันธ์และรวมกับแบบอนุพันธ์ หรือ proportional–integral–derivative ซึ่งอธิบายให้เข้าใจแบบง่ายๆ หมายถึงระบบที่เลี้ยงไฟในปริมาณเล็กน้อยเข้าแท่งทำความร้อนแบบต่อเนื่องเพื่อรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลาโดยไม่ต้องใช้กำลังไฟสูงสุด ซึ่งผิดจากระบบเก่าที่ใช้แบบ On-Off loop ที่มีการตั้งค่าไว้ ณ ตำแหน่งหนึ่งแท่งความร้อนจะใช้กำลังสูงสุดต้มน้ำจนกว่าอุณหภูมิจะถึงที่ตั้งไว้ จากนั้นจะหยุดการจ่ายไฟเข้าแท่งทำความร้อน เมื่ออุณหภูมิลดลงจากค่าที่กำหนด แท่งความร้อนก็จะใช้กำลังสูงสุดอีกครั้งเพื่อให้ความร้อนไปถึงจุดที่ตั้งไว้ ในผลระยะยาว ระบบใหม่หรือ PID control นี้จะทำให้อุปกรณ์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าระบบเดิม การที่อุณหภูมิคงที่อย่างสม่ำเสมอหมายถึงคุณภาพการดื่มที่คงที่ของกาแฟทุกถ้วยนั่นเอง

คุณสมบัติของเครื่องรุ่น VivaS ทุกเครื่อง
1. สามารถตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องได้อัตโนมัติ
2. มีระบบ ECO Mode เพื่อประหยัดไฟ โดยเครื่องจะปรับอุณหภูมิในหม้อต้มให้ลดลงจาก 125 องศาลงมาที่ 80 องศา เพื่อประหยัดไฟ เมื่อผู้ชงกาแฟต้องการชงกาแฟ เพียงกดปุ่ม ECO อีกครั้งหนึ่ง ความร้อนจะสูงขึ้นจาก 80 องศาไปยัง 125 องศาภายในเวลาไม่กี่นาที
3. มีระบบ PID ทำให้อุณหภูมิการชงเที่ยงตรงแม่นยำทุกถ้วย
4. มีระบบ Anti splash เนื่องจากไม่มีการอั้นอุณหภูมิภายในหัวชง แม้ว่าจะเพิ่มกำลังแรงดันในหม้อต้มถึง 125 องศา
5. มีจอ Display เก็บประวัติการชงแต่ละหัวชง แยกแต่ละปุ่มเพื่อตรวจสอบจำนวนถ้วยที่ใช้ไป
6. มีสัญญาณเตือนให้บำรุงรักษาเครื่องตาม โดยแจ้งชื่อบริษัทที่รับผิดชอบและหมายเลขโทรศัพท์ เมื่อใกล้ถึงค่าที่กำหนดไว้ โดยเครื่องจะส่งเสียง “บี๊บ” ทุกๆ 50 ถ้วยจนกว่าเราจะ Reset ใหม่
7. มีให้เลือกทั้งหมด 8 สี คือ สีขาว ชมพู ฟ้า ส้ม แดง เทาเงิน เทาเข้ม และสีดำเนื้อมุก
8. สามารถตั้ง Pre-infusion ได้ ตามความเหมาะสมของกาแฟที่ใช้
9. มีไฟกระพริบเตือนหากน้ำในหม้อต้มต่ำกว่าระดับที่ตั้งไว้
10. ผู้ใช้สามารถปรับแรงดันในหม้อต้ม หรืออุณหภูมิของน้ำร้อนได้โดยเองทันทีโดยใช้เวลาไม่ถึงนาที
11. สามารถตั้งโปรแกรมปุ่มน้ำร้อนได้
12. สามารถตั้งโปรแกรมระดับน้ำกาแฟได้ 4 ปุ่มสำหรับ 1 หัวชง และ 8 ปุ่ม สำหรับ 2 หัวชง

สนใจทดสอบสมรรถนะเครื่องกรุณาติดต่อ ศิรฎา โทร. 08 6789 2699

PID controller is a control loop feedback mechanism using in Reneka Coffee machine Model VivaS . Heat element attempts to correct the error between a measured process variable and the setpoint temperature by calculating and then outputting a corrective action that can adjust the process accordingly.
Reneka Coffee machine model VivaS version 2008 specifications:
1. Automatic power on and off system.
2. Economy mode for electricity safe.
3. PID sytem to controll heat element.
4. Anti splash system both in hot water jet and group head.
5. LCD Display for everytime display report when needed.
6. Preventive program alarm when reached the setpoint.
7. 8 colors for choose; Red,Pink,Black,White,Blue,Silver,Dark grey and Orange.
8. Pre-infusion programable.
9. Minimum water alarm for safety mode.
10.Pressure boiler and pump pressure adjustable by user.
11. Hot water level programable.
12. Separately group coffee level programable.
For appointment please call Miss Sirada Tel.0867892699

3.3.08

P&F Coffee in Coffee Tea and Drinks 2008

จบลงไปด้วยความเรียบร้อย งาน Coffee Tea & Drink 2008 ที่ MCC Hall The Mall บางกะปิ ซึ่งงานนี้ P&F Coffee ได้เลือกบูธหน้าเวทีการแข่งขัน เนื่องจากปีที่ผ่านมาขณะที่ Barista ของเราขึ้นเวทีแข่งขันเราก็ไม่มีโอกาสได้ชมและเชียร์ พนักงานของเรา หวังว่าปีนี้อยู่หน้าเวทีคงจะมีโอกาสเชียร์บ้าง แต่ผิดคาดคือไม่มีโอกาสเหมือนเดิม เนื่องจากต้องให้ข้อมูลกับผู้มาเยี่ยมชมบูธตลอดเวลา ปีนี้ P&F Coffee ได้ส่งบาริสต้าขึ้นชิงตำแหน่ง 2 คน คือ บาริสต้าอเนก (หลายคนคุ้นกับชื่อ อาทิตย์ มากกว่า) และอีกคนคือบาริสต้าวราภรณ์ที่มีอายุน้อยมากเพียง 20 ปีเท่านั้น ทั้งคู่โชว์ผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้เนื่องจากมีเวลาซ้อมน้อยมาก วัตถุประสงค์ของการแข่งเพื่อหาประสบการณ์เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นบาริสต้ามืออาชีพของทั้งคู่


ที่บูธของ P&F Coffee ได้นำเสนอเครื่องชงกาแฟ Reneka VivaS รูปโฉมใหม่ที่มีการพัฒนาศักยภาพการผลิตกาแฟให้มีความเที่ยงตรงแน่นอนและคุณภาพการดื่มดีขึ้นไปจากเดิมอีก โดยเครื่อง Reneka VivaS ปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อนๆ คือไม่ว่าจะเป็น 1 หัว , 2 หัว Compact, 2 หัว 2 ที่เป่านม และ 3 หัวชง ทุกตัวมีการควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบ PID ให้ความเสถียรของอุณหภูมิที่ตั้งไว้เท่ากันแทบทุกถ้วยที่ชง มีปุ่มประหยัดไฟ ECONOMY ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของหม้อต้มลงเหลือ 80 องศาเซลเซียส และจะกลับขึ้นไปสู่อุณหภูมิที่ตั้งไว้เมื่อต้องการชงกาแฟภายในเวลาไม่กี่นาที สามารถตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องไว้อัตโนมัติ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนมาใช้ปั๊มแบบ Magnetic Pump ที่ให้คุณสมบัตินิ่งและเงียบมาก ซึ่งปกติแล้วปั๊มน้ำรุ่นนี้จะถูกประกอบอยู่ในเครื่องตั้งแต่ 3 หัวชงขึ้นไป อีกส่วนหนึ่งที่พิเศษคือทุกรุ่นจะมีจอแสดงรายงานจำนวนแก้วที่ชงไปแยกแต่ละหัว แต่ละปุ่ม มีสัญญาณเตือนเรื่องการบำรุงรักษาเครื่องเมื่อถึงกำหนด มีหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อ และข้อสำคัญอีกอย่างคือ มีการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของหม้อต้มให้มีกำลังมากขึ้นถึง 125 องศาเซลเซียส ในขณะที่ความร้อนที่หัวชงยังคงแนวปรัชญาเดิมคือไม่ทำให้กาแฟไหม้ และไม่อั้นอุณหภูมิที่หัวชง



ในช่วงงานกาแฟตั้งแต่ 21-24 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่งเนื่องจาก P&F ยังคงจำหน่ายในราคาเดิม ขณะที่เครื่องเป็นระบบใหม่แล้ว และมีการปรับราคาทั่วโลกเป็นราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 08 แต่ P&F Coffee ยังคงยืนยันราคาไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2008 นี้ซึ่งจะมีโปรแกรมราคาพิเศษนี้อีกครั้งในงาน วันที่ 12-16 มีนาคม ที่อาคารมหิศร ไทยพาณิชย์ปาร์คพลาซ่า ถ.รัชดาภิเษก ณ บูธกาแฟฮิลคอฟ (ชาวไทยภูเขา) เท่านั้น

ในงานนี้นอกจากเครื่องชงกาแฟแล้ว P&F Coffee ยังได้นำเมล็ดกาแฟดิบจากแหล่งต่างๆจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Kenya Lenana , Brazil Vargem Grande, Yemen Ismaili, Sulawesi, เมล็ดกาแฟจากเชียงราย และเชียงใหม่ มาจำหน่ายในราคาพิเศษพร้อมแนะนำ Profile การคั่วที่เหมาะสมแก่ผู้ที่สนใจด้วย




ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เร้าใจ สนุกสนาน เห็นจะเป็น การแข่งขัน Unofficial “ P&F Best Shot Thrown Down” Competition 2008 ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ 23 กพ. 08 เวลา 15.00 น. ในการแข่งขันครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 16 ท่านส่วนมากขยับมาจากเวทีแข่งขันบาริสต้า และอีกส่วนหนึ่งมาจากผองเพื่อน Trainer จากบริษัท กาแฟต่างๆ งานนี้ผิดคาด บรรดา Trainer ทั้งหลายตกรอบไปอย่างน่าแปลกใจ เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันโดยมี ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่จากเครื่องชงกาแฟ Reneka ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เกณฑ์การตัดสินแบ่งออกเป็น 3 ส่วนๆละ 3 คะแนน คือ การให้คะแนนครีม่า 3 คะแนน, การให้คะแนนรสชาติ 3 คะแนน, การให้คะแนน Aroma 3 คะแนน เป็นที่น่าแปลกใจว่าเครื่องดื่ม Espresso นี้มีรสชาติที่แตกต่างกันทั้ง 16 ถ้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่อาศัยเทคนิคในการชงเป็นอย่างมาก
ผู้ชนะเลิศ คือคุณศรีนวล สิงหา บาริสต้าฝีมือฉกาจ จากร้าน ซีท ทู คัพ ของคุณวุฒิพร
อันดับรองชนะเลิศคือ คุณศิริพร โตอ่อน จาก Black Canyon และคุณเบญญาภา จาก Black Canyon เช่นกัน

โดยผู้ชนะเลิศได้รางวัลเป็นโล่เกียรติคุณ เป็นด้ามชงกาแฟ Reneka ของจริง พร้อมของรางวัลอื่นๆมูลค่า 7,000.- และมีสิทธิ์เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมสิทธิ์ในการเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆที่ P&F มีเช่น เครื่องคั่ว Sample roaster ของ U.S Roaster Corp ตัวเดียวในประเทศไทย , การร่วมฝึกชิมกาแฟต่างๆ เป็นเวลา 1 เดือนไม่จำกัดครั้ง ส่วนผู้ที่ได้รางวัลรองชนะเลิศทั้งสองท่านจะได้ของรางวัลมูลค่า 2,500.- พร้อมสิทธิ์ในการเข้าเยี่ยมและสิทธิการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในสำนักงานของ P&F Coffee ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคั่วกาแฟ Sample roaster U.S Roaster Corp. , เครื่องชงกาแฟ Reneka , เครื่องบดกาแฟ Eureka เป็นเวลา 4 ชั่วโมงเต็มจำนวน 1 ครั้งต่อท่าน โดยทุกท่านต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

ในวันสุดท้ายของงาน ที่บูธ P&F Coffee ได้จัดกิจกรรม Latte Art Clinic โดยได้เชิญคุณฤทธิไกร พรหมเดช จากร้าน Bakerista เชียงใหม่ และคุณหมอพร นริศชาติ ผู้หลงใหลเสน่ห์ของ Latte Art เปิดบ้านโชว์เทคนิคการเท Latte พร้อมสอนเทคนิคการทำอย่างละเอียด งานนี้ผู้จัดงานได้รวบรวมหน้าม้ามุงดูเพียบ

16.2.08

ข้อคิดจากอินเดีย

ทำไมต้องอินเดีย
กลับมาแล้วค่ะ ลูกค้าหลายท่านเอ่ยปากถามว่า ทำไมต้องเลือกไปที่อินเดีย หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่สามารถใช้เวลาโดยสารเครื่องบินเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งอย่างอินเดียนั้นมีอุตสาหกรรมผลิตกาแฟดิบส่งออกปริมาณสูงอันดับต้นๆของโลก และกาแฟหลายๆตัวที่ส่งออกก็เป็นกาแฟคุณภาพดีระดับโลกเสียด้วย

จุดประสงค์ ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ เดินทางไปอินเดียนั้น เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความรู้เกี่ยวกับการจัดการการผลิตสารกาแฟ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการผลิตกาแฟดิบของไทย ทั้งในภาคเหนือและภาคอื่นๆ ในการไปศึกษาดูงานครั้งนี้มี Madam Sunalini N. Menon ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการประเมินคุณภาพกาแฟ ชาวอินเดียเป็นผู้ร่วมเดินทางไปให้ความรู้และเทคนิคการผลิตถึงแปลงปลูกกาแฟเลยทีเดียว นับว่าเป็นโชคดี ของ พีแอนด์เอฟ คอฟฟี่ อย่างมาก เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีภารกิจมากจนหาเวลาว่างแทบไม่ได้ การเข้าเยี่ยมชมวิธีการผลิตหลังเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วิธีการเก็บผลสุกจากต้น การคัดเลือกผลที่ไม่ได้มาตรฐาน การจัดเกรด การลอกเปลือก การตาก การคัดแยกเม็ดกาแฟที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสีกะลา การเก็บรักษากาแฟดิบ ล้วนแต่ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจทุกกระบวนการผลิตอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้เม็ดกาแฟดิบที่มีคุณภาพดีอย่างที่ต้องการ

แปลงกาแฟที่เราได้ไปเยี่ยมชม แม้ว่าจะเป็นกาแฟพันธุ์โรบุสต้าแต่ความพิถีพิถันในการผลิตไม่แตกต่างจากกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าแม้แต่น้อย โดยเฉพาะแปลงที่ พี แอนด์ เอฟ ได้ไปเยี่ยมชมนั้นถือเป็นแปลงปลูกที่เจ้าของกิจการมีความใส่ใจต่อคุณภาพกาแฟโรบุสต้าของเขาอย่างน่าทึ่ง จนสามารถสร้างตราสินค้าเป็นของตนเองได้และเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ นอกจากจะใส่ใจเรื่องคุณภาพการผลิตอย่างละเอียดแล้ว ยังใส่ใจในเรื่องของธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะรณรงค์ไม่ทิ้งขยะที่ทำจากพลาสติก หรือการนำเชอร์รี่ที่เหลือจากการสีเปลือกนำไปทำเป็นปุ๋ยเพื่อลดการใช้สารเคมีจนไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆในแปลงปลูก การปลูกป่า รักษาป่า รักษาชีวิตสัตว์ป่า เป็นต้น ถือเป็นบุคคลน่ายกย่องและถือควรยึดถือเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง

ในการเดินทางครั้งนี้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ยังได้เข้าร่วมชั้นทดสอบรสชาติกาแฟ (Cup tasting) โดยมีผู้ร่วมชั้นจากประเทศต่างๆอีกประมาณ 3 ท่าน ใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟ การคัดแยกเม็ดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสร้างสรรค์เบลนด์ ซึ่งที่กล่าวมาล้วนสำคัญต่อการผลิตกาแฟคั่วอย่างมาก หากเราชิมไม่เป็นหรือชิมไม่รู้เรื่องแล้ว จะไม่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตกาแฟดิบที่ได้มาตรฐานได้เลย

ข้อคิดที่ได้จากการอบรมหาความรู้ จากที่นี่ นอกจากรู้สึกชื่นชมยินดีต่อการทุ่มเทพัฒนาคุณภาพการผลิตกาแฟสารของประเทศอินเดียแล้ว ยังได้ข้อคิดที่จะนำแนวคิดในการพัฒนากาแฟของไทยเราเองให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะผลิตปริมาณน้อยมากจนแทบไม่พอใช้ในประเทศ อย่างน้อยก็เพื่อเตรียมตัวตนเอง ไม่ต้องเจ็บตัวมากเมื่อถึงเวลาที่กำแพงภาษีขาเข้าลดลงอย่างมากจนอาจเกิดการแข่งขันสูงด้านราคานำเข้ากาแฟสารจากต่างประเทศ เป็นที่รู้กันอยู่ในวงการคนทำกาแฟว่า กาแฟดิบของไทยมีราคาสูงกว่ากาแฟจากหลายๆประเทศทั่วโลกมาก

สิ่งเดียวที่เราคนไทยจะเตรียมพร้อมได้ก็เพียง ทำสิ่งที่เรามีอยู่น้อยนิดนี้ มีคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งพี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ขออาสาเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และยินดีต้อนรับผู้ปลูกทุกท่านที่มีความตั้งใจจะพัฒนาคุณภาพกาแฟดิบของแต่ละแหล่งด้วยความเต็มใจ

24.1.08

Sample Roaster




หลังจากที่รอคอยมานานหลายเดือนก็ได้ฤกษ์ต้อนรับเครื่องคั่วน้องใหม่เข้าบ้าน P&F เสียที Sample roaster ของ US Roaster Corp
ปีใหม่ปีนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้เวลากับเครื่องคั่วใหม่นี้ ซึ่งมีกำลังการคั่วไม่เกิน 450 กรัมต่อการคั่วแต่ละครั้ง เราสามารถทดลองคั่วได้บ่อยเท่าที่เราต้องการจะทดสอบ Profile การคั่วแบบต่างๆ จากเมล็ดกาแฟดิบที่หลากหลาย ของ P&F Coffee คาดว่าปีนี้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ คงจะได้เริ่มผลิตเมล็ดกาแฟระดับ Specialty จากแหล่งต่างๆ ได้อย่างตั้งใจเสียที

ประเดิมวันนี้ เราทดลองการคั่วแบบเต็มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในเรื่องความสม่ำเสมอของ Profile รู้สึกคุ้มกับเงินที่จ่ายไปค่อนข้างสูง เริ่มจาก เมล็ดจากบราซิล Vargem Grand , Kenya Lenana , Yemen Ismaili , Sulawesi , เมล็ดจากเชียงราย และเมล็ดจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ซึ่งรายละเอียดของเมล็ดแต่ละชนิดหาอ่านได้ใน Coffee blog ของ พี แอนด์ เอฟ บ้างเคยเผยแพร่และบ้างกำลังทยอยออกมาให้ทราบกันในโอกาสอันใกล้นี้ ผู้สนใจเมล็ด Specialty ที่คัดพิเศษจากนักแสวงหามืออาชีพ กรุณาสอบถามได้ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ หมายเลข 08 6789 2699
_______________

While I type this blog, today is New Year Eve, everybody celebrated the New Year count down but I have to count down with my sample roaster which I'd waited for more than 2 months from US Roaster Corp. The capacity is 450 gram for each batch and I tried the maximum for several batches simultaniously and the result is quite perfect.

We chosed this machine because it's similar with our 15 Kilograms roaster with some reason. First, we could develop our consistancy profile by imitate from this sample to our roaster. Second, we could find the most impact of each green bean we've got in hands.
Today we roasted Yemen Ismaili, Brazil Vargem Grand, Kenya Lenana, Sulawesi and some others of Selected bean from Chiangrai and our neighbour countries.

Begining of 2008, we wish to have our best blend for our "Splendid", "Mad Dog" and etc. We always welcome anyone who interested in our cup of excellent and selected bean by making appointment to us at Tel# 08 6789 2699

Sirada