29.7.12

6 ปัจจัยที่จะได้ Perfect Espresso

6 ปัจจัยที่จะทำให้ได้ Perfect Espresso



แล้ว Perfect Espresso คืออะไร สีครีม่าเหมือนสีสนิมเหล็ก บางคนบอกว่าเหมือนสีจีวรพระ รสชาติต้องเต็มเปี่ยมด้วยกลิ่นหอมกรุ่นฟุ้งเต็มปาก เนียนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ รู้สึกกลมกล่อมภายในช่องปาก มีความเป็นกรดนิดๆ ไม่รู้สึกว่าเปรี้ยวมาก ไม่มีรสขมในตอนท้าย และที่สำคัญความรู้สึกต่างๆ สัมผัสรสต่างๆนี้จะต้องอ้อยอิ่งอยู่ในปากเนิ่นนาน ไม่ใช่แป๊ปเดียวหายไปหมด

ปัจจัยต่างๆที่จะทำให้เกิด Perfect Espresso คือ
1. เครื่องชงกาแฟ
2. น้ำสำหรับชงกาแฟ
3. กาแฟคั่ว
4. เครื่องบดกาแฟ
5. ถ้วยกาแฟ
6. การทำความสะอาด


1. เครื่องชงกาแฟ มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการส่งผลลัพธ์ของ Espresso ในถ้วยของคุณ ผู้ผลิตเครื่องชงกาแฟหลายๆยี่ห้อ ต่างแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพ การออกแบบ เพื่อให้ได้กาแฟที่ดีที่สุด อาทิ 1.1 แรงดันปั๊มน้ำถูกออกแบบให้มีการสกัดที่แรงดัน 9 บาร์
1.2 อุณหภูมิของน้ำเมื่อแตะก้อนกาแฟบดจะอยู่ประมาณ 88องศาเซลเซียส +/- 2 องศา
อุณหภูิมิที่สูงกว่านี้จะทำให้ กาแฟมีกลิ่นและรสไหม้ นอกจากนี้จะได้ร้ับรสขม สังเกตุเห็นครีมมีขอบไหม้และเกิดฟองอากาศที่หายไปอย่างรวดเร็ว
อุณหภูมิที่ต่ำเิกินไป จะส่งผลให้การสกัดกาแฟน้อยเกินไป กาแฟที่ได้จะไม่มีรสชาติ กลิ่นอ่อน ไม่ติดลิ้น สีครีม่า ซีด และบาง

2. น้ำสำหรับชงกาแฟ น้ำเป็นส่วนประกอบถึง 98% ในกาแฟ 1 แก้วคุณภาพของน้ำมีผลต่อรสชาติโดยทำให้รสชาติกาแฟแตกต่างกันไปตามสภาพน้ำ แร่ธาตุบางตัวในน้ำเป็นผลดีต่อกาแฟคือทำให้มีรสชาติมากขึ้นแต่ก็ทำลายชิ้นส่วนบางอย่างในเครื่องชงกาแฟ เช่น เกลือแร่ (calcium) น้ำจะมีสสารทั้งที่ดีและไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งย่อยสลายง่ายและไม่ย่อยสลาย ดังนั้นความสำคัญในการเลือกเครื่องกรองจึงต้องอาศัยผู้ชำนาญการเฉพาะ ไม่ใช่เครื่องกรองน้ำอะไรก็ได้ P&F Coffee เืลือกใช้เครื่องกรองของ Everpure รุ่น Claris ในการกรองน้ำสำหรับชงกาแฟ เพราะสามารถกรอง Carbonate ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพกาแฟ ร่างกาย และเครื่องชงออกในขณะที่ยังรักษาแร่ธาตุที่สำคัญที่ทำให้เกิดรสชาติที่ดีในน้ำ สามารถปรับตั้งการกรองให้เหมาะสมกับสภาพน้ำในแต่ละฤดูของไทยได้

3. กาแฟคั่ว ในโลกการดื่มกาแฟจะขึ้นกับรสนิยมการดื่มของแต่ละท่าน แตกต่างกันไปแต่จะมีเอกลักษณ์ที่เหมือนกันคือกาแฟที่ดีต้องผ่านกระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว กระบวนการหลังเก็บเกี่ยวที่ดี การคั่วที่ถูกต้อง ผ่านการชงที่เหมาะสมกับกาแฟที่ใช้ ทั้งหมดจะให้ผลลัพธ์ของคุณภาพการดื่มที่ดี ไม่มีทางที่จะนำกาแฟแย่ๆ มาคั่วให้เป็นกาแฟที่ดีได้ กาแฟที่ใช้ในการชงที่สม่ำเสมออาจจะเป็นกาแฟอราบิก้าล้วนๆ 100% หรืออราบิก้าผสมโรบัสต้า สิ่งที่สำคัญคือต้องผ่านการคั่วด้วยผู้คั่วมืออาชีพและสามารถทำกาแฟคั่วนั้นๆให้มีความสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ชงเกิดความชำนาญและเข้าใจกาแฟคั่วที่เลือกมาใช้จนมั่นใจ พูดได้ว่าเทคนิคการคั่วมีผลต่อรสชาติกาแฟโดยตรงทีเดียว
การเลือกใช้กาแฟที่คั่วอ่อน จะให้ความเป็นกรดที่สูงกว่า ความขมมักจะน้อยกว่า (กรณีคั่วถูกวิธี)
การเลือกใช้กาแฟที่คั่วเข้ม จะให้ความเป็นกรดที่ต่ำ ความขมจะมากกว่า
กาแฟที่คั่วแล้วต้องถูกบรรจุในถุงที่ได้มาตรฐานที่อากาศภายนอกไม่สามารถเข้าไปในถุงจนเกิดปฏิกริยา Oxidised กับอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นหืน

4. เครื่องบดกาแฟ มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเครื่องชงกาแฟเลย ผู้เขียนให้ความสำัคัญถึง 50% เพราะเครื่องบดสามารถทำให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนแปลงได้อย่างประหลาดใจ เครื่องบดที่ดีต้องมีสมรรถนะในการบดอย่างต่อเนื่องได้ดี รอบของมอเตอร์ต้องสัมพันธ์อย่างดีกับขนาดของฟันบด ไม่ทำให้ผงกาแฟที่บดแล้วร้อนเกินไป ผงกาแฟบดต้องสม่ำเสมอไม่ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ความคงทนของฟันบดต้องสามารถบดได้ไม่น้อยกว่า 400 กิโลกรัมก่อนที่ความคมของฟันบดจะลดความคมลง ทดสอบด้วยการใช้นิ้วมือลูบย้อนความคมของฟันบด หากยังรุ้สึกคมแสดงว่ายังใช้ได้ หากฟันบดเคยผ่านการบดวัตถุที่ไม่ใช่กาแฟ เช่นก้อนหิน เหล็กตะปู ไม้ จะเห็นรอยบิ่น หรือหยักในร่องคมฟัน หมั่นสังเกตุดูทุกๆ 3 เดือนด้วยตัวเอง หากสภาพของฟันบดหมดอายุจะไม่รู้สึกถึงความคมของฟันบด และที่สังเกตุได้ผงกาแฟจะละเอียดเหมือนแป้ง แต่เมื่อนำไปชงกาแฟกลับไหลเร็วกว่าปกติ ทั้งนี้เิกิดจากอนุภาคของผงกาแฟที่ถูกตัดไม่ได้ถูกตัดด้วยของมีคม หากถูกบดขยี้จนมีอนุภาคที่มีลักษณะกลมมนมากกว่า
เครื่องบดกาแฟที่ดีต้องมีความละเอียด การปรับความหยาบละเอียดที่ง่ายและสเกลละเอียดจะช่วยให้ผู้ชงปรับหาความสมบูรณ์ได้ง่ายกว่า

5. ถ้วยกาแฟ จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาการเปิดร้านกาแฟมาหลายปี พบว่าถ้วยกาแฟที่ใ้ช้บริการลูกค้าของแต่ละร้านมีผลต่อเรื่องคุณภาพการดื่ม ต่อการับรู้ของลูกค้านักดื่มกาแฟทั้งสิ้นบางครั้งพาลไปถึงความภาคภูมิใจในแบรนด์ของผู้ดื่มกาแฟที่มีต่อกาแฟที่ดื่มด้วย ไม่ใช่ถ้วยกาแฟอะไรก็ได้ขอให้เจ้าของร้านชอบรูปทรงเท่านั้น หรือแค่ใส่น้ำกาแฟมันจะมีอะไรมากมาย ผิดถนัด ถ้วยกาแฟมีผลตั้งแต่ช่วงน้ำกาแฟไหลจากด้ามชงลงมาแล้ว อุณหภูมิของถ้วยกาแฟที่เตรียมไว้จะไม่เย็นหรือร้อนเกินไป ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส การคลุมผ้าหนาๆบนเครื่องเพื่อให้ถ้วยกาแฟร้อนถือเป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างยิ่ง เนื้อดินที่เหมาะสมกับการทำถ้วย espresso มากที่สุดคือเนื้อ Porcelain ที่มีความหนาประมาณ 2-3มม.เท่านั้น ความกว้างของถ้วยประมาณ 5 ซม. และมีความจุไม่เกิน 70มล. ความสูงของถ้วยไม่เกิน 5-6ซม. ในปีที่ 11 ของการทำงานด้านนี้ P&F Coffee ได้สั่งผลิตถ้วยสำหรับ Espresso ที่มีแบรนด์ P&F Coffee ไว้คอยบริการในราคาทุน โดยในรอบผลิตปัจจุบันยังไม่มีคำว่า Reward yourself


6. การทำความสะอาด การทำความสะอาดถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะรักษามาตรฐานและสภาพของอุปกรณ์ให้มีสภาพพร้อมใช้อย่างใกล้เคียงกัน ความสะอาดจะทำให้รักษารสชาติของกาแฟได้อีกทางหนึ่ง ควรทำความสะอาดหัวชงกาแฟทุกวันด้วยน้ำยาทำความสะอาดหัวชงโดยเฉพาะ ไม่แนะนำให้ล้างหัวชงด้วยน้ำเปล่าเพราะกาแฟจะมีคราบน้ำัมันสะสมอยู่ไม่สามารถล้างออกได้หมดด้วยน้ำเปล่า นอกจากนี้ต้องถอดอุปกรณ์อื่นๆล้างทุกวันคือ ด้ามชงกาแฟ ตะแกรงด้ามชง ตะแกรงหัวชง ปลายท่อเป่าโฟมนม ถาดน้ำทิ้ง ด้วยน้ำยาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟโดยเฉพาะ รวมทั้งท่อน้ำทิ้งใต้เครื่อง ถังใส่น้ำชงกาแฟสังเกตุว่ามีเมือกเหนียวๆ หรือตะไคร่น้ำสีเขียว หรือมีเศษหินปูนสีเทาๆ ตามขอบท่อหรือยัง สำหรับเครื่องบดกาแฟจะทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งโดยเป่าผงกาแฟออกให้สะอาด ทำความสะอาดฟันบด โถใส่เมล็ดกาแฟ โถใส่ผงกาแฟบด ทางออกผงกาแฟ แปรงปัดผงกาแฟ ถังเคาะกากกาแฟ ด้ามกดกาแฟ

ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่กล่าวนี้จะทำให้กาแฟของคุณได้ Perfect Espresso แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือตัวคนชงเองต้องมีความรู้เรื่องการชงพอที่จะปฏิบัติทั้ง 6 ข้อนี้ได้อย่างเคร่งครัด

ศิรฎา P&F Coffee
29 กรกฎาคม 2555






29.5.12

ได้เวลาทำความสะอาดเครื่องชงกาแฟ


          ในทุกๆครั้งที่ผู้เข้าอบรมชงกาแฟ ได้รับความรู้ต่างๆเกี่ยวกับกาแฟ การชงกาแฟเสร็จแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่ละเลยไม่ได้เลยในชั้นเรียนของ P&F Coffee คือการรู้จักบำรุงรักษาเครื่องชง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการทำกาแฟให้อร่อย เนื่องจากเป็นตัวแปรอีกตัวหนึ่งที่จะทำให้รสชาติ และกลิ่นของกาแฟที่นำมาชง เปลี่ยนไป 
          ความสกปรกจากหัวชงกาแฟที่ถูกละเลยไม่ได้ทำความสะอาด เคยทำให้ผู้ชงเกิดความสับสนและทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงผิดจุด หรือ “เกาไม่ถูกที่คัน” นั่นเอง บางรายถึงกับโทษกาแฟที่ใช้ว่าเปลี่ยนไป โทษไปถึงคนคั่วกาแฟว่าคั่วไม่สม่ำเสมอบ้าง โทษไปถึงไหนต่อไหน โดยลืมดูให้ถ่องแท้ว่า รสชาติกาแฟที่เปลี่ยนไปนั้นอาจเกิดจากความสกปรกได้เช่นกัน  ลองดูรูปภาพประกอบ ขวา จะทำให้เกิดการไหลของน้ำกาแฟที่เปลี่ยนไป มีกลิ่นไหม้ หืน อุณหภูมิเปลี่ยน  ภาพซ้ายล่าง รูของตะแกรงหัวชงเกิดจากการอุดตันของน้ำมันในกาแฟ ทำให้อัตราการไหลเปลี่ยน เกิดความสับสนเรื่องการปรับตั้งเครื่องบด อุณหภูมิที่หัวชงเปลี่ยน รสชาติเปลี่ยน

ข้อแนะนำคือต้องถอดตะแกรงที่หัวชงออกมาแช่น้ำยาขจัดน้ำมันกาแฟ (Espresso Cleaner ) ให้บ่อยที่สุดเท่าที่ความขยันของเจ้าของร้านจะปรากฏ บางรายถอดล้างทุกวัน บางรายทุกอาทิตย์ อย่างนี้ก็ยังดีกว่าไม่เคยคิดจะถอดออกมาล้าง หรือไม่เคยรู้มาก่อนว่าต้องถอดล้าง ขั้นตอนการล้างก็ไม่ยาก รูปภาพต่างๆที่นำมานี้เป็นรูปที่ทำการบำรุงรักษาจากเครื่อง Reneka  สำหรับเครื่องยี่ห้ออื่นๆ หากไม่มีสกรูตามรูปโปรดสอบถามผู้จำหน่ายได้โดยตรง หรือสามารถติดตามได้ในตอนต่อไป หากเมื่อก้มมองดูใต้หัวชงแล้วเห็นสกรูตามรูป ให้ปฏิบัติดังนี้

ใช้ไขควงปากแบน หรือหกเหลี่ยม (ขึ้นกับร่องของสกรู) ให้มีขนาดเท่ากับร่องหรือรูหกเหลี่ยมพอดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเกลียวหวาน ร่องบิด จะทำให้ไขออกยาก  บิดข้อมือทวนเข็มนาฬิกา เพื่อถอดสกรูออก จากนั้นนำอุปกรณ์ทุกชิ้นแช่น้ำร้อน ให้ท่วมโลหะ และใส่ผงทำความสะอาดหัวชง 1 ช้อนชา ปล่อยให้น้ำยาค่อยๆสกัดคราบน้ำมันที่อุดตามรูตะแกรงออก (ถ้ายังไม่ติดเหนียวจนเกินไป) ประมาณ 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาด และประกอบกลับเข้าที่ 
   
บางครั้งถ้าปล่อยให้เวลาล่วงเลยนานเกินไปจนถอดไม่ออกต้องสกัดออก ให้ใช้ไขควงและอุปกรณ์อื่นที่มีน้ำหนัดมากพอที่จะสกัดสกรูออกมาได้ ซึ่งต้องเสียตะแกรงไปเนื่องจากการสกัดออกจะทำให้ตะแกรงและสกรูใช้งานไม่ได้อีกตามรูป 



ภาพก่อนแช่น้ำยา espresso cleaner
หลังจากแช่ไว้ 1 คืน
ได้นำรูป ก่อน - หลัง มาให้พิจารณา และจินตนาการกันเองค่ะ
เพิ่มเติม อุปกรณ์ในการล้าง ต้องมี Obtulator หรือ Blind filter มากับเครื่อง ทำการล้างด้วยวิธี Back flush โดยการวางยางล้างหัวชง (Obtulator) ไว้ในตะแกรง double shot ให้ด้านเรียบอยู่ด้านล่าง จุกสีดำ ชี้ขึ้นด้านบน หากเป็น blind filter ให้ถอดตะแกรงที่ใส่อยู่ในด้ามชงออกมาก่อน จากนั้นใส่ blind filter เข้าไปแทน จากนั้นใส่ผงล้างหัวชงประมาณ 1/2 - 1 ช้อนชา นำด้ามชงที่มีผงล้างอยู่ใส่เข้าไปในหัวชง กดปุ่มทำกาแฟประมาณ 10 วินาที จากนั้นหยุดพัก 10 วินาที ทำแบบนี้ประมาณ 6-7 รอบ เมื่อถอดออกดูหากเห็นน้ำใสสะอาดขึ้น ให้ใช้น้ำร้อนล้างผงเคมีที่ยังค้างอยู่ออกให้สะอาด และเริ่มทำแบบเดิมซ้ำอีกโดยไม่ต้องใส่ผงล้างแล้วในรอบนี้ กดปุ่มทำกาแฟประมาณ 5 วินาที พัก 5 วินาที ทำแบบนี้สัก 5-6 รอบเพื่อให้ชะล้างเคมีออกให้หมด เป็นอันเสร็จ

สรุปเป็นผังแบบนี้นะคะ

สิ่งที่ต้องทำทุกวัน ก่อนปิดร้าน
      1. หลังจากใส่  ยางล้างหัวชง หรือ Blind filter แล้ว ให้ใส่ผงล้างหัวชง 1/2 ช้อนชา
      2. ใส่ด้ามชงที่มีผงล้างอยู่เข้าที่หัวชง กดปุ่มทำกาแฟ จับเวลา 10 วินาที พัก 10 วินาที 6-7รอบ
      3. ทำความสะอาดด้ามและยางด้วยน้ำร้อน จากนั้นใส่กลับเข้าที่หัวชง ใหม่อีกครั้งไม่มีผงล้างแล้ว
      4. กดปุ่มทำกาแฟ จับเวลา 5 วินาที พัก 5 วินาที 6-7 รอบ 
      5. ใช้แปรงทำความสะอาดหัวชง แปรงรอบขอบยางสีดำที่หัวชง 
สิ่งที่ต้องทำอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง (แล้วแต่ปริมาณการชง)
      1.  ใช้ไขควงสั้นแบบที่เหมาะสมกับสกรูของเครื่อง หมุนทวนเข็มนาฬิกา จนตะแกรง, สกรู และทองเหลืองออกมา
      2.   นำชิ้นส่วนจากข้อ 1 พร้อมตะแกรงชงกาแฟ และด้ามชงกาแฟ แช่ด้วยน้ำร้อนและผงล้างหัวชง 1 ช้อนชา แช่ไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำยามีเวลากัดเซาะคราบน้ำมันจากกาแฟ  ที่ติดตามชิ้นส่วนออก ล้างออกด้วยน้ำสะอาด และประกอบกลับ การไขสกรูเข้าที่ให้หมุนตามเข็มนาฬิกา พอให้ตึงมือไม่ต้องแน่น เพราะระหว่างวันที่ทำกาแฟจะทำให้สกรูแน่นขึ้นอยู่แล้ว Trick เล็กๆน้อยๆ คือตอนสิ้นวันก่อนกลับบ้านให้ไขสกรูที่หัวชง ทวนเข็มนาฬิกา นิดหน่อยเพื่อให้ถอดออกได้ง่ายๆ เมื่อต้องการจะถอดออก เพื่อหลีกเลี่ยงที่ต้องสกัดตะแกรง เราคงไม่อยากเห็นภาพแบบด้านบนแน่ๆ       

อย่าลืมว่า กาแฟจะอร่อย นอกจากกาแฟคั่วมาดี พนักงานชงดี เครื่องบดมีสภาพฟันบดพร้อมใช้งานแล้ว เครื่องชงต้องมีสภาพพร้อมใช้งาน สะอาดผ่านการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ ด้วย  หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาใส่ข้อคิดเห็นไว้ด้วยค่ะ

21.4.12

เทคนิคการชงกาแฟให้อร่อย


ทุกๆวัน หรือบ่อยครั้งที่มักจะมีคำถามเสมอว่า ชงกาแฟอย่างไรให้อร่อย

ปรกติ P&F coffee จะเน้นการชิมแบบ espresso shot เป็นหลักเพราะจะสามารถพบความเปลี่ยนแปลงในเรื่องรสชาติได้ง่ายกว่าชงเป็นกาแฟใส่นม หรือกาแฟเย็น แต่เมื่อโลกแห่งความจริงก็คือเราอยูในประเทศไทย บ้านเราเป็นเมืองร้อน ดังนั้นบทความนี้จึงจะเน้นไปในเรื่องของการชงกาแฟเย็นให้อร่อยเป็นหลัก

กาแฟที่เราเลือกใช้ไม่ว่าจะเป็นอราบิก้าล้วน หรืออราบิก้าผสมโรบัสต้า จะเป็นกาแฟที่คั่วเข้ม คั่วกลาง หรือคั่วอ่อนก็ตาม เราต้องมีความเข้าใจในกาแฟของเราให้ถ่องแท้เสียก่อน คำว่าเข้าใจถ่องแท้ก็คือรู้ Perfect shot ของกาแฟที่เราเลือกนั่นเอง

P&F coffee มีกาแฟที่เบลนด์จำหน่ายทั้งหมด 8 ตัว ตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ สี่ร้อยต้นๆ ต่อกิโลกรัม ไปจนถึง สองพันบาท มีทั้งสไตล์อิตาลี และสไตล์อเมริกัน มีทั้งอราบิก้าล้วน และ อราบิก้าผสมโรบัสต้า มีทั้งกาแฟคั่วเข้ม และคั่วกลาง ลูกค้าทั่วประเทศก็เลือกใช้กาแฟคั่วแต่ละตัวปะปนกันไปตามความเหมาะสมด้วยเครื่องชงหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายทำเทที่ตั้ง ดังนั้นแล้ว Perfect shot ของ P&F Coffee คืออะไร ตอบว่า "ไม่รู้"

ไม่ต้องแปลกใจในคำตอบ เพราะ Perfect shot ของแต่ละเบลนด์ ของแต่ละถุงก็ไม่เหมือนกันเป๊ะแบบล็อคตัวเลขไว้ได้ รสชาติกาแฟแต่ละถ้วยมีผลที่ทำให้แตกต่าง จากองค์ประกอบต่างๆคือ
  • สภาพเครื่องชงกาแฟขณะนั้น (อุณหภูมิของหม้อต้มและหัวชง)
  • สภาพฟันบดขณะนั้น (ทื่อมากขึ้นหรือเปล่า)
  • สภาพน้ำที่ใช้ชงขณะนั้น (ผ่านไส้กรองที่มีสภาพเปลี่ยนไปหรือเปล่า มีค่าความขุ่นมากขึ้นหรือเปล่า รสปร่าแปร่งมากขึ้นหรือเปล่า)
  • สภาพอากาศโดยรอบ (ร้อนหรือเย็นเปลี่ยนแปลงไปไหม ความชื้นสัมพัทธ์ หรือความชื้นมากน้อยหรือเปล่า)
  • สภาพกาแฟคั่วที่อยู่ในโถขณะนั้น (ผ่านการคั่วมากี่วันแล้ว คั่วเหมือนกันหรือเปล่า)
  • ตัวบาริสต้าหรือพนักงานชงเองมีความสม่ำเสมอในการชงมากน้อยแค่ไหน

เห็นมั๊ยคะว่าตัวแปรมันมากมายที่จะสามารถทำให้รสชาติของกาแฟมันไม่เหมือนกัน แล้วอย่างนี้มันจะอร่อยได้อย่างไร มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถ ทุกร้านสามารถทำกาแฟให้อร่อยได้ เพียงตระหนักในเรื่องเหล่านี้
  • กาแฟต้องมี Body ที่มากพอที่จะทำหน้าที่พยุงรสชาติต่างๆให้คงอยู่และคลุมลิ้นได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • กาแฟต้องมี acidity เพื่อให้ผู้ดื่มรับรู้ถึงความสดชื่นเมื่อได้ดื่ม ทำให้ตื่นตัว
  • กาแฟต้องมี aroma ที่กรุ่นทั่วทั้งปาก บางครั้งอาจจะฟุ้งไปถึงโพรงจมูกได้
  • กาแฟต้องมี flavor ที่กลมกล่อมอยู่ในปาก มีทั้งขมกาแฟ หวานสดชื่น ในเวลาเดียวกัน
  • กาแฟต้องมี aftertaste ที่พึงพอใจ ไม่ใช่มีแต่สิ่งไม่พึงประสงค์เช่น รสฝาด ขมยา เฝื่อน เปรี้ยวเข็ดฟัน
  • กาแฟต้องมี finished ที่พึงพอใจโดยรวมคือ ประทับใจ
จะเห็นว่าผู้เขียนใช้คำศัพท์ภาษาต่างประเทศหลายตัว บางท่านอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร
  • Body คือความเข้มข้นของของเหลว เราจะรู้สึกว่า body มากหรือน้อย จากการสังเกตุว่ามันคลุมอยู่บนลิ้นของเราหลังดื่มของเหลวนั้นเข้าไป นานมากน้อยต่างกัน ถ้าเข้มข้นมากของเหลวจะคลุมอยู่บนลิ้นนานกว่า ถ้ามีความเข้มข้นน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น การดื่มนมสด กับการดื่มน้ำเปล่า เมื่อดื่มนมสดจะรู้สึกถึงความมันของนมบนลิ้นมากกว่าและรู้สึกว่านมคลุมลิ้นนานกว่าน้ำเปล่า
  • aroma คือกลิ่นต่างๆที่เกิดจากปฏิกิริยาการสกัดน้ำกาแฟ aroma หรือกลิ่นจะมากน้อยขึ้นกับความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน บางคนก็สามารถรับรู้ความแรง และความต่างของกลิ่นได้มากกว่าคนอื่น สำหรับคนที่มีประสบการณ์ในการได้รับรู้ถึงกลิ่นๆต่าง และสามารถจำกลิ่นได้ จะทำให้รู้สึกสนุกในการดื่มมากกว่าคนที่รับรู้เรื่องกลิ่นน้อย กลิ่นต่างๆในกาแฟหลักๆ จะอยู่ในกลุ่มของพืชผักผลไม้ดอกไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างกันไปตามลักษณะ แตรัว ของกาแฟที่นำมาใช้
  • acidity ผู้เขียนจะอธิบายคำว่า acidity ตามความเข้าใจของผู้เขียนเองว่า เป็นกรดของผลไม้ (เพราะกาแฟก็คือผลไม้ชนิดหนึ่ง) ไม่ใช่รสเปรี้ยว หากเป็นความสดชื่นที่มีอยู่ในผลไม้นั้นๆ ความเป็นกรดเมื่อมาประกอบเข้ากับน้ำลายในปากขณะดื่มจะทำให้เกิดความสดชื่นและรู้สึกมีน้ำลายสอบริเวณข้างลิ้น บางครั้งทำให้รู้สึกหวานด้วย
  • flavor คือความรู้สึกถึงรสชาติขณะดื่ม ว่าเป็นอย่างไร เป็นภาพรวมว่าดีหรือไม่ดี
  • aftertaste จะเกิดเมื่อเรากลืนกาแฟหรือบ้วนทิ้งไปแล้ว รสชาติที่คงเหลืออยู่ภายในช่องปากเป็นอย่างไร ที่พบเห็นบ่อยจะเป็น ฝาด, เฝื่อน, ขมยา, ขมไหม้, ขมกาแฟ, หวาน, เปรี้ยว, เค็ม, กร่อย, รสเหมือนสนิมเหล็ก เป็นต้น เราจะรู้สึกถึงรสชาตินี้ทันทีที่น้ำกาแฟหมดไปจากลิ้น และเกิดรสต่างๆข้างต้นขึ้นแทน อาจจะมีตั้งแต่หนึ่งอย่างขึ้นไป
  • finished หลังจากดื่มกาแฟแล้วผ่านขั้นตอนที่รู้สึกในขั้นตอนต่างๆแล้ว ท้ายที่สุดหลัง aftertaste เราจะได้รสชาติอย่างหนึ่งจบปิดท้ายจริงๆ ส่วนมากจะเป็น หวาน หรือขม อยู่บนลิ้นนั่นเอง finished ที่ดีควรจะเป็นรสหวานเท่านั้น จึงจะถือว่า "จบสวย"
หลังจากที่เราเข้าใจเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการชิม เพื่อการหา Perfect shot แล้วเราจึงจะสื่อสารกันได้ว่า อะไรคืออะไร

ที่ผ่านมาผู้ดื่ม ผู้ชง ผู้ขายเมล็ดกาแฟคั่ว ผู้คั่ว ต่างๆใช้คำว่า "เข้ม" ในความหมายลึกๆที่ไม่ค่อยตรงกัน ทำให้เกิดความสับสน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องต้อง สื่อสารกันให้ตรงก่อน เช่น "กาแฟไม่เข้มเลย" เป็นคำบ่นมากที่สุดของผู้ดื่ม ในขณะที่ผู้คั่วก็รู้สึกว่า "เข้มสุดจนจะไหม้อยู่แล้ว" จริงๆแล้วคำว่า "เข้ม" ของผู้ดื่มคืออะไรกันแน่ และความว่า "เข้ม" ของผู้ชงใช่ "เข้มเดียวกัน" หรือเปล่า ผู้เขียนแยกคำว่าเข้ม ออกเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ไม่กี่คำดังนี้

เข้ม strong เข้ม burnt เข้ม bitter เข้ม full body เข้ม aroma intense เข้ม dark roasted ฯลฯ ขอให้ตรงกันเถอะว่า ลูกค้ากำลังเรียกร้องอะไร ผู้ชงจะได้สนองความต้องการได้ถูกต้อง รับรองกาแฟอร่อยแน่ๆ

หอม aroma intense หอมฉุน pungent noted หอมแรง burnt noted เป็นต้น

ทุกวันหน้าที่ของบาริสต้า หรือพนักงานชงกาแฟ ต้องไม่ละเลยสิ่งสำคัญของการทำกาแฟคือการหา perfect shot จะหาเจอได้ต้องเข้าใจสิ่งที่พูดมาข้างต้นทั้งหมด perfect shot ของกาแฟที่เลือกมาใช้คือจุดที่สมบูรณ์ที่สุดอร่อยที่สุด เฉพาะในโถกาแฟเบื้องหน้าผู้ชงเท่านั้น ไม่ใช่อยู่ในตำราเล่มใดเล่มหนึ่ง ผู้ชงสามารถตัดสินใจได้จากการชิมว่า shot ที่ชงออกมานั้นอร่อยที่สุดหรือยัง

ผู้เขียนได้นำภาพกาแฟเย็นมาแปะไว้ เพื่อจะเกริ่น มาเข้าเรื่องดีกว่า กาแฟเย็นจะอร่อยก็ต้องหา Perfect shot ให้เจอเสียก่อน เพราะ Perfect shot จะทำให้เกิด Body ที่เข้มข้นที่สุดที่จะสามารถพยุงรสชาติต่างๆ รวมทั้งกลิ่นให้อวลอยู่ในปากได้นานที่สุด ตามความคิดผู้เขียน นี่แหละคือจุดที่ "เข้มที่สุด" aroma, flavor, body most intense.

แต่ถ้า ลูกค้าผู้ดื่ม ยังบอกว่าไม่เข้ม อาจเป็นได้ว่าลูกค้าต้องการ เข้ม แบบ bitter, medicine bitter ให้มันมี aftertaste ที่ขมค้างอยู่ในคอนานๆ ถ้าอย่างนั้นผู้ชงต้องชงกาแฟแบบไม่ perfect ให้ทันที ผู้เขียนได้ทดลองทำการชงหลายๆครั้งในกาแฟแต่ละตัว ให้ผลแตกต่างกันไปในเรื่องระดับความขมติดคอ ไม่สามารถบอกได้ว่าต้องชงใช้เวลาเท่าไร กี่วินาที โดยรวมสามารถบอกได้ว่า ให้ทดลองชงกับกาแฟที่ใช้อยู่ กับตัวแปรต่างๆที่มีอยู่ ให้มีความแตกต่างในเรื่องของการชง ให้ลูกค้าชิมด้วยว่าเข้มที่ต้องการคือแบบไหน ทั้งนี้ทั้งนั้นคำว่า "อร่อย" ของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอยู่ดี แต่ผู้เขียนเชื่อมั่นว่า ไม่ต้องเป็นคอกาแฟ หรือเซียนกาแฟหรอก "อร่อยก็คืออร่อย" คนหมู่มากดื่มแล้วอร่อยก็ให้เชื่อว่าอร่อย ไม่ใช่เราอร่อยคนเดียว หมู่เพื่อนพ้องไม่มีใครอร่อยด้วยก็อย่าฐิทิ ขอให้ชงกาแฟให้อร่อยทุกร้านค่ะ ถ้าผู้อ่านคิดว่ายังไม่ลึกพอ ต้องการให้อธิบายตรงไหนเพิ่มกรุณาเขียน comment ไว้ด้วยนะคะ

ศิรฎา
คนชิมกาแฟ ของ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่
21 เมษายน 2555

19.2.12

P&F Coffee in Thailand Coffee Tea & Drink 2012



P&F Coffee ได้จัดเตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมฉลองรางวัลเหรียญทองที่ P&F Coffee ได้รับจาก สถาบันทดสอบกาแฟนานาชาติ อิตาลี ปี 2010 ถึง 2 เหรียญทอง และผลจากการประเมินกาแฟที่ยอดเยี่ยมถึง 92 คะแนนด้วยวิธีประเมินแบบ Espresso มาให้ชิมกันในงาน Thailand Coffee Tea & Drink 2012 งานแสดงเกี่ยวกับธุรกิจ กาแฟ ชา และไอศครีม ใกล้จะเริ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว เชิญพบกับเราได้ที่ บูธ J5 Hall 8 อิมแพค เมืองทอง ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 2 เมษายน 2555 สำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจกาแฟ อย่าพลาด เนื่องจากมีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้ามากมาย พร้อมให้ท่านได้เลือกอุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆที่ถูกใจตลอด 4 วัน


ในงานนี้ท่านจะได้พบ เครื่องชงกาแฟ ที่ P&F Coffee ภูมิใจนำเสนอและท้าให้ท่านได้ลองกับตัวท่านเิอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องชงแบบคันโยก IZZO Pompei, เีครื่องชงดีไซน์เฉียบทั้งภายนอกและภายในอย่าง Orchestrale และ Promotion ราคาพิเศษมากมาย

2.1.12

จากสวนกาแฟถึงถ้วยกาแฟ ด้วยแรงบันดาลใจ

สวัสดีปีใหม่ 2555 ทุกท่านค่ะ






P&F Coffee ยังคงเดินหน้าต่อไปในการสร้างแบรนด์ ให้คนไทยและคนต่างชาติได้รู้จักกาแฟดีๆ อีกหนึ่งแบรนด์ของไทย ด้วยการตรวจสอบแรงบันดาลใจที่มีมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ปี พ.ศ. 2555 จะเิริ่มเข้าสู่ธุรกิจปีที่ 11 เราตีความหมายเลข "1" คือการเริ่มก้าว ปีที่ "11" จึงเป็นก้าวย่างที่ต้องก้าวอย่างมั่นคงมากกว่าด้วยสองขาของเรา เมล็ดกาแฟดิบที่ P&F Coffee นำมาคั่วส่วนมากหรือเกือบทั้งหมดจะมาจากสวนกาแฟที่ปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่ หรือในป่า เราฝากรูปมาให้ชมด้วยค่ะ

เราตรวจสอบแรงบันดาลใจ ด้วยการขึ้นไปเยี่ยมสวนกาแฟ "ไร่พรหมมา" ดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ปลูกกาแฟที่ส่งผลผลิตให้กับ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ตลอดมาหลายปี พร้อมทีมงานที่ช่วยกันค้นหาความจริงว่าแรงบันดาลใจของเรายังตรงกับความมุ่งมั่นในเรื่องการพัฒนาคุณภาพการปลูกกาแฟหรือไม่ ด้วยการฝ่าฝูง "ตัวคุ่น" ที่คอยสูบเลือดเราอย่างนุ่มนวลขณะดูดเราจะรู้ตัวอีกทีเมื่อเป็นเลือดออกพร้อมปากแผลกกลมที่คันมากกว่ายุงหรือมดกัดหลายร้อยเท่า ลักษณะสวนที่เป็นขั้นบันไดตามไหล่เขา แทรกตามไม้ใหญ่ การเดินทางต้องระมัดระวัง หากเป็นฤดูฝนน่าจะอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เราพำนักอยูไม่นานยังรู้สึกท้อต่ออุปสรรคที่คนเมืองอย่างเรามองว่ามันหนักหนา แต่คำตอบจากผู้ปลูกกาแฟคือ ยังคงมีแรงบันดาลใจที่ตรงกันอยู่มาก เราัยังเห็นรอยยิ้ม แผ่ซ่านอยู่ในใบหน้าของน้องโขง เจ้าของสวนไร่พรหมมา เราจึงเชื่อว่าความรักในอาชีพการปลูกกาแฟของเขายังมีอยู่เต็มเปี่ยม


เราเลาะเรื่อยลงมาถึงร้านกาแฟ Impresso Espresso Bar ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 11 ที่นี่นอกจากเป็นร้านกาแฟที่ตั้งใจเสริฟกาแฟดีๆ แก่ลูกค้าทุกคนที่แวะเวียนมาดื่มกาแฟแล้ว คุณฤทธิไกรยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วของ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ 9 ปีที่ผ่านมานี้ที่คุณฤทธิไกรให้ความไว้วางใจใช้เมล็ดกาแฟของ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ไว้บริการที่ร้านและจำหน่ายต่อไปยังร้านกาแฟต่างๆในเชียงใหม่ เราต่างก็ช่วยกันพัฒนาเรื่องของการชงการเข้าใจเมล็ดกาแฟคั่วที่ใช้อยู่ เราแวะมาเยี่ยมและสัมภาษณ์แง่คิดต่างๆในเรื่องความเป็นมา ตัวตน และมุมมองในเรื่องกาแฟ ซึ่งเรารู้สึกยินดีว่าความพยายามในการสร้างแบรนด์ ความมุ่งมั่นผลิตกาแฟคุณภาพดี สู่เจ้าของร้านกาแฟ ยังคงสร้างความมั่นใจให้กับคุณฤทธิไกรในฐานะตัวแทนของร้านกาแฟภาคเหนือเป็นอย่างดี


ด้วยความเชื่อ ของ P&F Coffee ที่ว่า กาแฟจะดีไม่ได้ ถ้ามันไม่ดีตั้งแต่ออกจากสวนกาแฟ กาแฟจะดีไม่ได้ถ้าบาริสต้าไม่มีแรงบันดาลใจที่จะเข้าใจกาแฟคั่วที่ตัวเองใช้อยู่

ปีใหม่นี้ขอให้ผู้ดื่มกาแฟ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ และผู้ดื่มกาแฟทั่วโลก เข้าถึงแรงบันดาลใจของผู้ปลูกจนถึงผู้คั่วกาแฟ ผู้ชงกาแฟ ให้เกิดความสุขจากน้ำกาแฟในถ้วยทุกถ้วย ให้มีความสุขจากการดื่มกาแฟทุกถ้วย คำอวยพรจากใจ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่

มีภาพประทับใจจากการเดินทางครั้งนี้มาฝากที่ Album นี้ค่ะ
ศิรฎา เตชะการุณ
2 มกราคม 2555

16.10.11

น้ำ สำคัญขนาดนี้



น้ำ น้ำ น้ำ ช่วงนี้หันไปทางไหนได้ยินแต่คำว่า "น้ำท่วม"
นับเป็นวิกฤตอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปีสำหรับประเทศไทยก็ว่าได้ หลังจากเกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2538 จวบจนปีนี้ครบ 16 ปีพอดี เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศน้ำมาก จึงขอเปิดประเด็นเรื่องน้ำกันเลย ที่จะกล่าวนี้เป็นน้ำที่ใช้บริโภค และใช้ชงกาแฟ เนื่องจากผู้เขียนมีชีวิตผูกพันกับน้ำที่ใช้ชงกาแฟอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ตลอดระยะเวลาของการทำธุรกิจกาแฟนับจนถึงวันนี้ก็ย่างเข้าปีที่ 11 แล้ว ทุกครั้งที่มีลูกค้าเข้ามาปรึกษาเรื่องการเลือกซื้อเครื่องชงกาแฟ และอุึปกรณ์ต่างๆ จะเห็นว่ามีอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ถูกให้ความสนใจน้อยที่สุด บางรายถึงกับมีอาการขุ่นมัวเมื่อเราพูดถึงระบบกรองน้ำ ด้วยคงเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการขายอุปกรณ์การกรอง ซึ่งความเป็นจริงแล้ว ผู้เขียนมุ่งเน้นเรื่องรสชาติของกาแฟที่จะได้มากกว่า เรื่องแบบนี้จึงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ในบทความนี ผู้เขียนได้นำภาพของลูกค้าสองรายที่มีอาการขุ่นมัวดังที่กล่าวข้างต้น ปัจจุบันก็เข้าใจกันแล้วว่าเพราะอะไร

ลักษณะน้ำของลูกค้ารายแรกอยู่ริมทะเล สภาพน้ำมีการกรองที่ไม่สมบูรณ์ โลหะหนักมีปริมาณมาก เช่นสนิม ตะกรันเป็นต้น จากการใช้เครื่องชงกาแฟเพียงไม่ถึงสองเดือน ขณะที่หม้อต้มถูกน้ำที่เต็มไปด้วยสนิมต้มไปสะสมผลึกของสนิมเกาะไปทั่วหม้อต้มกาแฟ และแท่งฮีทเตอร์ ในที่สุดเครื่องชงเกิดปัญหาไม่ทำความร้อน วิธีแก้ไขไม่ควรจะแก้ปลายเหตุด้วยการล้างหม้อต้มอย่างเดียว เพราะจะทำให้เกิดอาการแบบนี้ซ้ำซาก ควรจะแก้ไขระบบกรองน้ำเสียใหม่ทั้งระบบการกรองและเส้นทางที่น้ำจะผ่านมาถึงเครื่องชงกาแฟ



สำหรับลูกค้ารายที่สอง มีร้านกาแฟอยู่กลางกรุงใช้น้ำถังที่ผู้ผลิตน้ำถังนำมาส่งให้ทุกเช้า เครื่องชงที่ใช้เป็นเครื่องขนาดเล็กใช้วิธีเติมน้ำลงในถังพักน้ำก่อนถูกดูดเข้าไปในหม้อต้ม ด้วยผู้ขายคิดว่าน้ำที่กรองบรรจุถังน่าจะเป็นน้ำที่สะอาดแล้ว จึงไม่ได้สนใจเรื่องของการกรองซ้ำ ผลที่ได้ตามรูปเลยค่ะ

การที่จะให้น้ำกาแฟออกมามีรสชาติที่ดีนั้น มีองค์ประกอบหลายๆอย่างที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเท่าไร อาทิ เครื่องชงกาแฟ (ต้องมีความสามารถควบคุมอุณหภูมิการชงสม่ำเสมอ) เครื่องบดกาแฟ (ต้องมีความสามารถปรับความหยาบละเอียดได้อย่างน้อยสุด step ละ 2 วินาที) เมล็ดกาแฟคั่ว (ต้องคั่วให้มีความสมดุลในเรื่องรสชาติ พูดง่ายๆคือ คั่วดี ไม่มี Taint หรือ Off noted อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือมีรสชาติแปร่งๆ) พนักงานชงกาแฟ (ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการชงกาแฟเป็นอย่างดี) สุดท้ายคือ "น้ำ" ที่จะนำพากาแฟออกมาสู่ถ้วยและผู้ดื่มให้ถูกใจหรือไม่ถูกใจในที่สุด

หากเราๆท่านๆ คิดว่าไม่ถนัดเรื่องของน้ำ สามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง เช่น Everpure homepage หรือปรึกษาทีมงานของ P&F Coffee ได้เสมอ

ปี 2011 นี้ P&F Coffee ได้เพิ่มประเภทของเครื่องกรอง จากเดิมที่ใช้ Everpure ESO และ E7 มาเป็น Claris ที่สามารถปรับแต่งค่าความนุ่มของน้ำ ได้เอง ทั้งนี้ผู้ผลิตเห็นว่า น้ำในธรรมชาติของแต่ละฤดู จะมีความแตกต่างกันในรสชาติ ผู้ใช้เครื่องกรองจึงรู้สึกสะดวกสบาย ที่สามารถปรับค่าการกรองให้เข้ากับสิ่งที่ต้องการได้ ปัจจุบัน P&F Coffee มีจำหน่ายเครื่องกรอง Everpure แล้วพร้อมติดตั้งและให้คำปรึกษาโดย Engineer ที่มีประสบการณ์และจบการศึกษาในเรื่องระบบบำบัดน้ำโดยตรง สนใจติดต่อ 022457999

19.11.10

P&F Coffee ได้เหรียญทองแข่งขัน Espresso Blend ที่ Italy












P&F Coffee มีความยินดีเรียนให้ทราบว่า กาแฟคั่วของเราคือ P&F Splendid Blend และ P
&F Espresso Blend สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันกาแฟเอสเปรสโซเบลนด์ หมวด non Italian bean (กาแฟคั่วจากชาติที่ไม่ใช่อิตาลี) ในรายการ International Coffee Taster 2010 ซึ่งจัดโดยโดยสถาบันชิมทดสอบกาแฟอิตาเลี่ยน ประเทศอิตาลี ที่ปีนี้นับเป็นการจัดขึ้นครั้งที่สามแล้ว และถือเป็นบริษัทกาแฟคั่วของไทยแห่งแรกที่สามารถคว้ารางวัลนี้ได้

รางวัลเหรียญทอง 2 เหรียญในครั้งนี้ ถือเป็นรางวัลสำหรับการทำงานกาแฟอย่างทุ่มเทตลอดสิบปีที่ผ่านมาของ P&F Coffee และถือเป็นความภูมิใจที่เราไม่
สามารถเก็บไว้เองโดยลำพังได้ จึงอยากมอบความภูมิใจนี้แทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าของเราทุกคน ที่อดทนให้โอกาสและมีส่วนร่วมเป็นกำลังใจในการพัฒนาคุณภาพกาแฟของเราตลอดมา

ความมุ่งมั่นของ P&F Coffee จากนี้ไป คือความพยายามในการรักษาคุณค่าของรางวัลนี้ไว้ด้วยการพัฒนาการผลิตกาแฟคั่วของเราต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดเท่านั้นให้กับลูกค้าทุกๆ คนของเรา


ศิรฎา เตชะการุณ
P&F Coffee Limited

19 พฤศจิกายน 2553