3.3.08

P&F Coffee in Coffee Tea and Drinks 2008

จบลงไปด้วยความเรียบร้อย งาน Coffee Tea & Drink 2008 ที่ MCC Hall The Mall บางกะปิ ซึ่งงานนี้ P&F Coffee ได้เลือกบูธหน้าเวทีการแข่งขัน เนื่องจากปีที่ผ่านมาขณะที่ Barista ของเราขึ้นเวทีแข่งขันเราก็ไม่มีโอกาสได้ชมและเชียร์ พนักงานของเรา หวังว่าปีนี้อยู่หน้าเวทีคงจะมีโอกาสเชียร์บ้าง แต่ผิดคาดคือไม่มีโอกาสเหมือนเดิม เนื่องจากต้องให้ข้อมูลกับผู้มาเยี่ยมชมบูธตลอดเวลา ปีนี้ P&F Coffee ได้ส่งบาริสต้าขึ้นชิงตำแหน่ง 2 คน คือ บาริสต้าอเนก (หลายคนคุ้นกับชื่อ อาทิตย์ มากกว่า) และอีกคนคือบาริสต้าวราภรณ์ที่มีอายุน้อยมากเพียง 20 ปีเท่านั้น ทั้งคู่โชว์ผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้เนื่องจากมีเวลาซ้อมน้อยมาก วัตถุประสงค์ของการแข่งเพื่อหาประสบการณ์เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นบาริสต้ามืออาชีพของทั้งคู่


ที่บูธของ P&F Coffee ได้นำเสนอเครื่องชงกาแฟ Reneka VivaS รูปโฉมใหม่ที่มีการพัฒนาศักยภาพการผลิตกาแฟให้มีความเที่ยงตรงแน่นอนและคุณภาพการดื่มดีขึ้นไปจากเดิมอีก โดยเครื่อง Reneka VivaS ปีนี้มีความแตกต่างจากปีก่อนๆ คือไม่ว่าจะเป็น 1 หัว , 2 หัว Compact, 2 หัว 2 ที่เป่านม และ 3 หัวชง ทุกตัวมีการควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบ PID ให้ความเสถียรของอุณหภูมิที่ตั้งไว้เท่ากันแทบทุกถ้วยที่ชง มีปุ่มประหยัดไฟ ECONOMY ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิของหม้อต้มลงเหลือ 80 องศาเซลเซียส และจะกลับขึ้นไปสู่อุณหภูมิที่ตั้งไว้เมื่อต้องการชงกาแฟภายในเวลาไม่กี่นาที สามารถตั้งเวลาเปิดปิดเครื่องไว้อัตโนมัติ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนมาใช้ปั๊มแบบ Magnetic Pump ที่ให้คุณสมบัตินิ่งและเงียบมาก ซึ่งปกติแล้วปั๊มน้ำรุ่นนี้จะถูกประกอบอยู่ในเครื่องตั้งแต่ 3 หัวชงขึ้นไป อีกส่วนหนึ่งที่พิเศษคือทุกรุ่นจะมีจอแสดงรายงานจำนวนแก้วที่ชงไปแยกแต่ละหัว แต่ละปุ่ม มีสัญญาณเตือนเรื่องการบำรุงรักษาเครื่องเมื่อถึงกำหนด มีหมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อ และข้อสำคัญอีกอย่างคือ มีการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของหม้อต้มให้มีกำลังมากขึ้นถึง 125 องศาเซลเซียส ในขณะที่ความร้อนที่หัวชงยังคงแนวปรัชญาเดิมคือไม่ทำให้กาแฟไหม้ และไม่อั้นอุณหภูมิที่หัวชง



ในช่วงงานกาแฟตั้งแต่ 21-24 กุมภาพันธ์ ถือเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่งเนื่องจาก P&F ยังคงจำหน่ายในราคาเดิม ขณะที่เครื่องเป็นระบบใหม่แล้ว และมีการปรับราคาทั่วโลกเป็นราคาใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 08 แต่ P&F Coffee ยังคงยืนยันราคาไปจนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2008 นี้ซึ่งจะมีโปรแกรมราคาพิเศษนี้อีกครั้งในงาน วันที่ 12-16 มีนาคม ที่อาคารมหิศร ไทยพาณิชย์ปาร์คพลาซ่า ถ.รัชดาภิเษก ณ บูธกาแฟฮิลคอฟ (ชาวไทยภูเขา) เท่านั้น

ในงานนี้นอกจากเครื่องชงกาแฟแล้ว P&F Coffee ยังได้นำเมล็ดกาแฟดิบจากแหล่งต่างๆจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Kenya Lenana , Brazil Vargem Grande, Yemen Ismaili, Sulawesi, เมล็ดกาแฟจากเชียงราย และเชียงใหม่ มาจำหน่ายในราคาพิเศษพร้อมแนะนำ Profile การคั่วที่เหมาะสมแก่ผู้ที่สนใจด้วย




ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เร้าใจ สนุกสนาน เห็นจะเป็น การแข่งขัน Unofficial “ P&F Best Shot Thrown Down” Competition 2008 ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์ 23 กพ. 08 เวลา 15.00 น. ในการแข่งขันครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 16 ท่านส่วนมากขยับมาจากเวทีแข่งขันบาริสต้า และอีกส่วนหนึ่งมาจากผองเพื่อน Trainer จากบริษัท กาแฟต่างๆ งานนี้ผิดคาด บรรดา Trainer ทั้งหลายตกรอบไปอย่างน่าแปลกใจ เมื่อสิ้นสุดการแข่งขันโดยมี ข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่จากเครื่องชงกาแฟ Reneka ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เกณฑ์การตัดสินแบ่งออกเป็น 3 ส่วนๆละ 3 คะแนน คือ การให้คะแนนครีม่า 3 คะแนน, การให้คะแนนรสชาติ 3 คะแนน, การให้คะแนน Aroma 3 คะแนน เป็นที่น่าแปลกใจว่าเครื่องดื่ม Espresso นี้มีรสชาติที่แตกต่างกันทั้ง 16 ถ้วย นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่อาศัยเทคนิคในการชงเป็นอย่างมาก
ผู้ชนะเลิศ คือคุณศรีนวล สิงหา บาริสต้าฝีมือฉกาจ จากร้าน ซีท ทู คัพ ของคุณวุฒิพร
อันดับรองชนะเลิศคือ คุณศิริพร โตอ่อน จาก Black Canyon และคุณเบญญาภา จาก Black Canyon เช่นกัน

โดยผู้ชนะเลิศได้รางวัลเป็นโล่เกียรติคุณ เป็นด้ามชงกาแฟ Reneka ของจริง พร้อมของรางวัลอื่นๆมูลค่า 7,000.- และมีสิทธิ์เข้ามาเยี่ยมชมพร้อมสิทธิ์ในการเลือกใช้อุปกรณ์ต่างๆที่ P&F มีเช่น เครื่องคั่ว Sample roaster ของ U.S Roaster Corp ตัวเดียวในประเทศไทย , การร่วมฝึกชิมกาแฟต่างๆ เป็นเวลา 1 เดือนไม่จำกัดครั้ง ส่วนผู้ที่ได้รางวัลรองชนะเลิศทั้งสองท่านจะได้ของรางวัลมูลค่า 2,500.- พร้อมสิทธิ์ในการเข้าเยี่ยมและสิทธิการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในสำนักงานของ P&F Coffee ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคั่วกาแฟ Sample roaster U.S Roaster Corp. , เครื่องชงกาแฟ Reneka , เครื่องบดกาแฟ Eureka เป็นเวลา 4 ชั่วโมงเต็มจำนวน 1 ครั้งต่อท่าน โดยทุกท่านต้องติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

ในวันสุดท้ายของงาน ที่บูธ P&F Coffee ได้จัดกิจกรรม Latte Art Clinic โดยได้เชิญคุณฤทธิไกร พรหมเดช จากร้าน Bakerista เชียงใหม่ และคุณหมอพร นริศชาติ ผู้หลงใหลเสน่ห์ของ Latte Art เปิดบ้านโชว์เทคนิคการเท Latte พร้อมสอนเทคนิคการทำอย่างละเอียด งานนี้ผู้จัดงานได้รวบรวมหน้าม้ามุงดูเพียบ

16.2.08

ข้อคิดจากอินเดีย

ทำไมต้องอินเดีย
กลับมาแล้วค่ะ ลูกค้าหลายท่านเอ่ยปากถามว่า ทำไมต้องเลือกไปที่อินเดีย หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา ที่สามารถใช้เวลาโดยสารเครื่องบินเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งอย่างอินเดียนั้นมีอุตสาหกรรมผลิตกาแฟดิบส่งออกปริมาณสูงอันดับต้นๆของโลก และกาแฟหลายๆตัวที่ส่งออกก็เป็นกาแฟคุณภาพดีระดับโลกเสียด้วย

จุดประสงค์ ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ เดินทางไปอินเดียนั้น เพื่อศึกษาเพิ่มเติมเรื่องความรู้เกี่ยวกับการจัดการการผลิตสารกาแฟ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการผลิตกาแฟดิบของไทย ทั้งในภาคเหนือและภาคอื่นๆ ในการไปศึกษาดูงานครั้งนี้มี Madam Sunalini N. Menon ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการประเมินคุณภาพกาแฟ ชาวอินเดียเป็นผู้ร่วมเดินทางไปให้ความรู้และเทคนิคการผลิตถึงแปลงปลูกกาแฟเลยทีเดียว นับว่าเป็นโชคดี ของ พีแอนด์เอฟ คอฟฟี่ อย่างมาก เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีภารกิจมากจนหาเวลาว่างแทบไม่ได้ การเข้าเยี่ยมชมวิธีการผลิตหลังเก็บเกี่ยว ตั้งแต่วิธีการเก็บผลสุกจากต้น การคัดเลือกผลที่ไม่ได้มาตรฐาน การจัดเกรด การลอกเปลือก การตาก การคัดแยกเม็ดกาแฟที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสีกะลา การเก็บรักษากาแฟดิบ ล้วนแต่ต้องอาศัยความรู้ ความใส่ใจทุกกระบวนการผลิตอย่างจริงจัง เพื่อให้ได้เม็ดกาแฟดิบที่มีคุณภาพดีอย่างที่ต้องการ

แปลงกาแฟที่เราได้ไปเยี่ยมชม แม้ว่าจะเป็นกาแฟพันธุ์โรบุสต้าแต่ความพิถีพิถันในการผลิตไม่แตกต่างจากกาแฟสายพันธุ์อราบิก้าแม้แต่น้อย โดยเฉพาะแปลงที่ พี แอนด์ เอฟ ได้ไปเยี่ยมชมนั้นถือเป็นแปลงปลูกที่เจ้าของกิจการมีความใส่ใจต่อคุณภาพกาแฟโรบุสต้าของเขาอย่างน่าทึ่ง จนสามารถสร้างตราสินค้าเป็นของตนเองได้และเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ นอกจากจะใส่ใจเรื่องคุณภาพการผลิตอย่างละเอียดแล้ว ยังใส่ใจในเรื่องของธรรมชาติรอบตัว ไม่ว่าจะรณรงค์ไม่ทิ้งขยะที่ทำจากพลาสติก หรือการนำเชอร์รี่ที่เหลือจากการสีเปลือกนำไปทำเป็นปุ๋ยเพื่อลดการใช้สารเคมีจนไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆในแปลงปลูก การปลูกป่า รักษาป่า รักษาชีวิตสัตว์ป่า เป็นต้น ถือเป็นบุคคลน่ายกย่องและถือควรยึดถือเป็นแบบอย่างอย่างยิ่ง

ในการเดินทางครั้งนี้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ยังได้เข้าร่วมชั้นทดสอบรสชาติกาแฟ (Cup tasting) โดยมีผู้ร่วมชั้นจากประเทศต่างๆอีกประมาณ 3 ท่าน ใช้เวลาในการเรียนรู้เรื่องการชิมกาแฟ การคัดแยกเม็ดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ การสร้างสรรค์เบลนด์ ซึ่งที่กล่าวมาล้วนสำคัญต่อการผลิตกาแฟคั่วอย่างมาก หากเราชิมไม่เป็นหรือชิมไม่รู้เรื่องแล้ว จะไม่สามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตกาแฟดิบที่ได้มาตรฐานได้เลย

ข้อคิดที่ได้จากการอบรมหาความรู้ จากที่นี่ นอกจากรู้สึกชื่นชมยินดีต่อการทุ่มเทพัฒนาคุณภาพการผลิตกาแฟสารของประเทศอินเดียแล้ว ยังได้ข้อคิดที่จะนำแนวคิดในการพัฒนากาแฟของไทยเราเองให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าเราจะผลิตปริมาณน้อยมากจนแทบไม่พอใช้ในประเทศ อย่างน้อยก็เพื่อเตรียมตัวตนเอง ไม่ต้องเจ็บตัวมากเมื่อถึงเวลาที่กำแพงภาษีขาเข้าลดลงอย่างมากจนอาจเกิดการแข่งขันสูงด้านราคานำเข้ากาแฟสารจากต่างประเทศ เป็นที่รู้กันอยู่ในวงการคนทำกาแฟว่า กาแฟดิบของไทยมีราคาสูงกว่ากาแฟจากหลายๆประเทศทั่วโลกมาก

สิ่งเดียวที่เราคนไทยจะเตรียมพร้อมได้ก็เพียง ทำสิ่งที่เรามีอยู่น้อยนิดนี้ มีคุณภาพสูงสุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งพี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ขออาสาเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และยินดีต้อนรับผู้ปลูกทุกท่านที่มีความตั้งใจจะพัฒนาคุณภาพกาแฟดิบของแต่ละแหล่งด้วยความเต็มใจ

24.1.08

Sample Roaster




หลังจากที่รอคอยมานานหลายเดือนก็ได้ฤกษ์ต้อนรับเครื่องคั่วน้องใหม่เข้าบ้าน P&F เสียที Sample roaster ของ US Roaster Corp
ปีใหม่ปีนี้ตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้เวลากับเครื่องคั่วใหม่นี้ ซึ่งมีกำลังการคั่วไม่เกิน 450 กรัมต่อการคั่วแต่ละครั้ง เราสามารถทดลองคั่วได้บ่อยเท่าที่เราต้องการจะทดสอบ Profile การคั่วแบบต่างๆ จากเมล็ดกาแฟดิบที่หลากหลาย ของ P&F Coffee คาดว่าปีนี้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ คงจะได้เริ่มผลิตเมล็ดกาแฟระดับ Specialty จากแหล่งต่างๆ ได้อย่างตั้งใจเสียที

ประเดิมวันนี้ เราทดลองการคั่วแบบเต็มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในเรื่องความสม่ำเสมอของ Profile รู้สึกคุ้มกับเงินที่จ่ายไปค่อนข้างสูง เริ่มจาก เมล็ดจากบราซิล Vargem Grand , Kenya Lenana , Yemen Ismaili , Sulawesi , เมล็ดจากเชียงราย และเมล็ดจากประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ซึ่งรายละเอียดของเมล็ดแต่ละชนิดหาอ่านได้ใน Coffee blog ของ พี แอนด์ เอฟ บ้างเคยเผยแพร่และบ้างกำลังทยอยออกมาให้ทราบกันในโอกาสอันใกล้นี้ ผู้สนใจเมล็ด Specialty ที่คัดพิเศษจากนักแสวงหามืออาชีพ กรุณาสอบถามได้ที่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ หมายเลข 08 6789 2699
_______________

While I type this blog, today is New Year Eve, everybody celebrated the New Year count down but I have to count down with my sample roaster which I'd waited for more than 2 months from US Roaster Corp. The capacity is 450 gram for each batch and I tried the maximum for several batches simultaniously and the result is quite perfect.

We chosed this machine because it's similar with our 15 Kilograms roaster with some reason. First, we could develop our consistancy profile by imitate from this sample to our roaster. Second, we could find the most impact of each green bean we've got in hands.
Today we roasted Yemen Ismaili, Brazil Vargem Grand, Kenya Lenana, Sulawesi and some others of Selected bean from Chiangrai and our neighbour countries.

Begining of 2008, we wish to have our best blend for our "Splendid", "Mad Dog" and etc. We always welcome anyone who interested in our cup of excellent and selected bean by making appointment to us at Tel# 08 6789 2699

Sirada

2.1.08

ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง



ในเวลา 02.54 น.ของวันที่ 2 มกราคม 2551 เป็นเวลาที่สุดเศร้าของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พระราชกิจต่างๆที่พระองค์ทรงได้แบ่งเบาจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และโครงการส่วนพระองค์ต่างๆที่เราชาวไทยต่างสำนึกในพระคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงปฏิบัติและทรงช่วยเหลือประชาชนชาวไทยมาแสนนาน

ผู้เขียนเคยได้เป็นนักเรียนศึกษาวรรณคดีฝรั่งเศสกับพระองค์ท่าน ที่คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่หลายปีก่อน วันแรกที่พระองค์เสด็จมาทรงสอน ข้าพเจ้าฯ เข้าห้องเรียนช้ากว่าพระองค์ท่าน ทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ท่านก็ไม่ได้ตรัสสิ่งใด ยังคงสอนวรรณกรรมของนักเขียนนามอุโฆษ Antoine de Saint-Exupéry ในวันนั้นพระองค์ได้ทรงสอนเรื่อง Terre des Hommes ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นเอกอีกชิ้นหนึ่งของนักเขียนท่านนี้ ความตอนหนึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า "รู้มั๊ยว่า ทำไมเราต้องเรียนคณะมนุษยศาสตร์?" ตอนนั้นข้าพเจ้ารู้สึกเกร็งจากการเข้าห้องเรียนช้า รู้สึกอายมากโขอยู่ จึงไม่กล้าตอบ ท่านจึงตรัสต่อว่า "ครูอยากให้พวกเธอเป็นมนุษย์มากกว่าคน และจะเป็นมนุษย์ที่ดีได้ ต้องมีความรับผิดชอบ ในทุกๆสิ่งที่เราได้เข้ามามีส่วนร่วม "

ในวันนั้นพระองค์ท่านเล่าเนื้อหาของวรรณกรรม ที่ Antoine de Saint-Exupéry ถ่ายทอดออกมาในแนวปรัชญาผ่านอาชีพบุรุษไปรษณีย์ที่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินชำรุด ตกอยู่ท่ามกลางหิมะทะเลทราย โดยมีถุงจดหมายและพัสดุของคนอีกหลายคนที่ต้องการส่งถึงกัน ความยากลำบากอย่างแสนสาหัสที่ผู้เขียนพยายามบอกเล่าถึง "หน้าที่ความรับผิดชอบ" ต้องเดินเท้าท่ามกลางหิมะด้วยเหตุผลเดียวสำหรับการอยู่รอด เพื่อจดหมายและพัสดุเหล่านั้น


การที่พระองค์ไม่ได้ทรงลงโทษการมาช้าของข้าพเจ้าในวันนั้น แต่สิ่งที่พระองค์ทรงยกตัวอย่างวรรณกรรมชิ้นนั้นต่อข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจ ระลึกถึงพระองค์และยึดถือเสมอมา จวบจนทุกวันนี้ เพียงเพราะประโยคที่ว่า L'humanité est responsibilité หมายความว่า "ความเป็นมนุษย์หมายถึงมีความรับผิดชอบ" และพระองค์ได้ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีมากสำหรับคำนี้ ซึ่งข้าพเจ้านำมายึดถือปฏิบัติต่ออาชีพคนคั่วกาแฟจวบจนทุกวันนี้


ขอให้พระองค์เสด็จไปสู่สรวงสวรรค์ ด้วยเทอญ
ศิรฎา เตชะการุณ
พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่
2 มกราคม 2551
My Dearest Princess
All Thai people were sad in receiving bad news about our dearest princess Her Royal Highness Princess Galyani Vadhana , His Majesty the King's eldest sister, last night for her death.
I recognized her philosophy teaching when I was a student in Faculties of Humanities, Chiangmai University. Once, I attended her French Literature class and I came late. Her Royal Highness princess didn't get angry but asked me why I had to study in this faculty? I couldn't get any good question so she told me "To be good human, everyone must have responsibility of his own"
During the class, she taught us "Terre des Hommes" which written by Antoine de Saint Exupery. The climax of this story teach us about "responsibility". The postman in this story have duty to distribute all letters and parcels inside his sac. But he got accident and fall into the wide area of snow. He extremely make courage to walk and walk for only little hope to see somebody who could carry the parcels and letters. In his mind is only "Responsibility" to send all thase things to anothers who are waiting for them. Since that day, I've realized that "Responsibility" is the MUST for my job and my way of life.
And I found this poem in http://www.verses4cards.co.uk/
She is Gone
(Read out at the Queen Mother's Funeral)
You can shed tears that she is gone
or you can smile because she has lived.
You can close your eyes and pray that she'll come back
or you can open your eyes and see all she's left.
Your heart can be empty because you can't see her
or you can be full of the love you shared.
You can turn your back on tomorrow and live yesterday
or you can be happy for tomorrow because of yesterday.
You can remember her and only that she's gone
or you can cherish her memory and let it live on.
You can cry and close your mind,be empty and turn your back
or you can do what she'd want:smile,open your eyes,love and go on.
Anon
Sirada Techakaroon
P&F Coffee

24.12.07

ส่งความสุข Happy New Year 2008

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ และทีมงานทุกคน ขอส่งความสุข ความปรารถนาดี แด่ทุกท่าน ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลทั่วหล้า ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความโชคดี สุขภาพแข็งแรง มีความเจริญรุ่งเรือง ตลอดปี 2008 นี้
Christmas is a time of joy, a time for love and cheer , a time for making memories, to last throughout the year
Merry Christmas and Happy New Year





22.12.07

ดอยช้าง เผ่าลีซู


บ้านดอยช้าง ต.วาวี จ.เชียงราย ถือเป็นพื้นที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทยที่มีการปลูกกาแฟเป็นล่ำเป็นสัน ประกอบด้วยชาวไทยภูเขาหลายๆเผ่า ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน เช่นเผ่าอาข่า และเผ่าลีซู เป็นต้น แปลงกาแฟที่จะกล่าวถึงนี้เป็นหนึ่งกลุ่มในหลายๆกลุ่มของชาวไทยภูเขาเผ่าลีซู ที่ได้ตั้งรกรากบนดอยแห่งนี้มาช้านาน เปลี่ยนผลิตภัณฑ์การผลิตจากฝิ่นมาเป็นกาแฟซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์หลัก รองลงมาเช่น ลูกท้อ แมคคาดาเมีย ผักเมืองหนาว ชา และอื่นๆ สุดแล้วแต่ตลาดต้องการ
ขึ้นดอยช้างปีนี้ ได้เห็นความตั้งใจของผู้ปลูกกาแฟที่จะพัฒนาระบบการผลิตให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับคนคั่วกาแฟอย่าง พี แอนด์ เอฟ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้พูดคุยกับผู้ปลูกจนเข้าใจแนวทางที่ตรงกัน พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ มีนโยบายเชิญผู้ปลูกกาแฟมาเรียนรู้เมล็ดกาแฟดิบที่เขาผลิต เริ่มจากการคัดแยกประเภทเมล็ดกาแฟที่มีข้อบกพร่องต่างๆ อธิบายที่มาของการทำให้เกิดข้อบกพร่องต่างๆ เช่นสีของเมล็ด เมล็ดถูกแมลงเจาะ เมล็ดแตกหักเป็นต้น ทั้งนี้มิใช่เพื่อการต่อรองราคาหากเพื่อให้เข้าใจสาเหตุและผลของมันว่าจะเป็นอย่างไร จากนั้นผู้ปลูกกาแฟ ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมทดสอบรสชาติกาแฟคั่วจากแปลงปลูกของแต่ละคน เทียบกับกาแฟคุณภาพสูงจากแหล่งอื่นๆ ให้ผู้ปลูกรู้จักประเมินคุณภาพ การดื่มของกาแฟจากแปลงปลูกของเขาเอง

ผลที่ได้นั้นถือว่าเกินความคาดหมายอย่างยิ่ง เนื่องจากได้มีแรงบันดาลใจและมีแรงปรารถนาที่จะผลิตกาแฟคุณภาพสูง จึงเริ่มปรับปรุงวิธีการผลิตให้ดีขึ้น ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การล้าง การหมัก ขัดเมือก และการตาก ผู้ที่ยังไม่เคยเห็นการผลิตแบบแปลงเล็กๆ สามารถเรียนรู้ได้จากรูปถ่ายเหล่านี้


เมล็ดกาแฟที่เพิ่งถูกเก็บมาจากต้น ยังไม่ผ่านกระบวนการคัดแยก

สังเกตดูจะเห็นว่ามีเม็ดสุกเกินไปและเม็ดเขียวบ้างปะปนอยู่



นำเมล็ดที่ได้เก็บมาจากต้นจะถูกนำมาแช่ในถังเพื่อแยกเม็ดลอยน้ำออก ส่วนที่ลอยจะถูกตักออก








เมล็ดคัดทิ้งจากการลอยน้ำจะถูกนำไปจำหน่ายเป็นกาแฟคุณภาพต่ำ ราคาจะถูกกว่ามาก
เมล็ดที่ดีจะถูกนำไปเข้าเครื่องลอกเปลือก
เมล็ดที่ผ่านการลอกเปลือกออกเพื่อเตรียมหมัก


ขั้นตอนการหมักจะหมักจนเมือกลื่นๆหมด สังเกตด้วยการใช้มือถูเมล็ดกาแฟดู ถ้าอากาศเย็นมากจะใช้เวลาหมักนานขึ้น บางครั้งอาจจะต้องใช้เวลาถึง 3 วัน เมื่อเมือกหมดจึงนำมาล้างด้วยมือให้สะอาดจนแน่ใจว่าไม่มีเมือกหลงเหลืออยู่ จึงนำไปแช่ไว้อีก 1 คืน และนำออกตาก หมั่นเกลี่ยให้แห้ง ซึ่งจะใช้เวลาอีกประมาณ 4-7 วันแล้วจึงเก็บเป็นกะลา เมื่อต้องการใช้สารกาแฟ จะนำไปเข้าเครื่องสีกะลา จะได้สารกาแฟในที่สุด

การร่วมพัฒนาคุณภาพนั้น พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ ให้รางวัลกับผู้ปลูกโดยไม่มีข้อผูกมัดเรื่องของการจำหน่าย หมายถึงผู้ปลูกพอใจขายให้กับผู้อื่นได้ หากได้ราคาดีกว่า ผู้ปลูกจะขายให้ พี แอนด์ เอฟ คอฟฟี่ หรือไม่ขายก็ได้ รู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระทั้งสองฝ่าย

21.12.07

iberry เชียงใหม่


ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนลูกค้าของ พี แอนด์ เอฟ อีกร้านหนึ่งที่เชียงใหม่ คุณโนส อุดม แต้พานิช ได้เลือกใช้เครื่องชงกาแฟ Reneka รุ่น LCV และเมล็ดกาแฟของ P&F ทั้ง Special Blend สำหรับกาแฟเย็น และ P&F Espresso Blend สำหรับกาแฟร้อน เห็นลูกค้ามากมายแล้วชื่นใจแทนเจ้าของร้าน

ถึงแม้อากาศจะเย็นไปสักนิดแต่แฟนๆก็ไม่ยั่นต่อการลิ้มลองไอศครีมแสนอร่อยหลากรส การตกแต่งร้านมีการนำเสนอไอเดียที่เป็นตัวตนของเจ้าของสถานที่โดยแท้ ฉายแสงของความเป็นศิลปินแห่งอาร์ต รู้สึกแปลกตาสังเกตุดูส่วนมากจะนำกล้องมาถ่ายภาพร้านมุมต่างๆ คงทำอย่างนี้ไม่ได้แน่ต่อร้านอื่นๆ หากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ก่อน แต่ที่นี่เหมือนเป็นเรื่องปกติ ได้นำภาพบางมุมมาฝากค่ะ